Archive for มีนาคม 2016

เปิดเผยความจริงวันนี้...
สถานการณ์พระพุทธศาสนา
ที่เป็นไปขณะนี้...มีเงื่อนงำ!!!???




สถานการณ์พระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้น
ที่มัวหมองในปัจจุบันนี้ 


หลายท่านคิดขึ้นมาว่า "ทำไมพระเป็นอย่างนั้นอย่างนี้" 

อย่า...อย่าเพิ่งคิด อย่างนั้น???

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนไม่มีอะไรบังเอิญหรอก
มันมีกระบวนการของมัน

DSI , พระ....เสรี , ข่าวนั่นนี่โน่น พระในประเทศไทยไม่น่าศรัทธา

อ้าวแล้วทำไมมีพระ...ออกมาว่าพระด้วยล่ะ!!??

น่าคิด...เพราะเหตุการณ์อย่างนี้ มันเคยเกิดมาแล้ว ในพุทธกาล
ประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องราวไว้ในพระไตรปิฎก 
จึงขอหยิบยกมาเฉพาะบางตอน ..เพราะถ้าเล่ายาว มันยิ่งกว่าละคร

เรื่องพระนางมาคันทิยาและพระนางสามาวดี  แค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด...

เรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่ พระนางมาคันทิยา สาวงามที่พ่อแม่หวังหาผู้ควรคู่ แล้วผู้นั้นคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อพระองค์เจอนางกลับกล่าวว่า 

“ดูก่อนท่านพราหมณ์ เมื่อตถาคตตรัสรู้ใหม่ ๆ 
ธิดามาร 3 คน ซึ่งมีร่างกายเป็นทิพย์สวย
งามกว่าลูกสาวของท่านหลายเท่านัก มาประเล้าประโลมเรา
ที่โคนต้นอชปาลนิโครธ เรายังไม่สนใจไม่พอใจ 
เหตุไฉนจะมาพอใจยินดีในลูกสาวของท่านที่ร่างกาย
เต็มไปด้วยมูตรและกรีส (ปัสสาวะและอุจจาระ) 
ถ้าเท้าของเราเปื้อนฝุ่นธุลีมา และลูกสาวของท่าน
เป็นผ้าเช็ดเท้า เรายังไม่ปรารถนา
จะถูกต้องลูกสาวของท่านแม้ด้วยเท้าเลย”




พ่อแม่นางมาคันทิยา นำลูกสาวไปให้พระพุทธองค์ แต่ไม่ทรงรับ


นางมาคันทิยาโกรธแค้นพุทธองค์มาก 
คิดว่าวันหนึ่งต้องแก้แค้น
จากนั้น..เมื่อนางได้เป็นมเหสีของพระเจ้าอุเทน 
ก็จ้างคนไปด่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
แต่ก็ได้แค่ 7 วันเท่านั้น เพราะปกติธรรมดา
อธิกรณ์เกิดขึ้นแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว
ย่อมไม่เกิน 7 วัน ก็จะสงบระงับไปเอง 

ต่อมา...พระนางมาคันทิยาก็ไปลงความแค้นฝังหุ่นนี้
ที่พระนางสามาวดีแทน... 
ช่างเหมือนเหตุการณ์ปัจจุบันมาก...แค้นอีกคนมาก 
หาทางกลั่นแกล้งทุกอย่าง แต่คนดีจริง แกล้งยังไง
ก็รอดทุกครั้ง ...เลยหาทางไปลงที่ข้างเคียงแทน
พระนางสามาวดี ผู้มีเมตตา...เหยื่อเคราะห์ร้ายคนต่อไป

เมื่อได้จังหวะ...ก็ใส่ร้ายเลย แต่วางแผนอย่างดี
ครั้งแรกเรื่องไก่...ครั้งแรกเรื่องไก่.. โดยให้นำไก่เป็นๆ
ไปให้พระนางสามาวดี ซึ่งเป็นผู้บรรลุโสดาบันแล้ว 
โดยปกติจะไม่ฆ่าสัตว์ พระนางเมื่อได้รับไก่เป็นๆ มา
จึงไม่อาจทำแกงไก่ถวายพระเจ้าอุเทนได้

ต่อมา...เมื่อพระนางสามาวดีจะถวายภัตตาหาร
แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนางมาคันทิยาล่วงรู้ 
จึงเริ่มแผนร้ายจัดฉากอีกครั้ง โดยได้ให้อำมาตย์
ฆ่าไก่จำนวน 8 ตัวแล้วส่งไปให้พระนางสามาวดีทำแกงไก่ 
เพื่อถวายพระพุทธองค์ ครั้งนี้พระนางได้หลงกล
จากการจัดฉากนั้น และนางมาคันทิยาได้นำเรื่องราวนั้น
กลับมาฟ้องพระเจ้าอุเทนว่า พระนางสามาวดีไม่รักพระเจ้าอุเทน
พอบอกว่าจะถวายพระพุทธเจ้า กลับรีบแกงไก่ให้ทันที
โชคดีครั้งนี้พระนางสามาวดีรอดชีวิต 
เพราะพระเจ้าอุเทนไม่คิดมาก

ต่อมาเรื่องงูอีก...พระนางมาคันทิยานี่ 
ถ้าอีกฝ่ายไม่ตายไม่หายแค้น ว่าแล้วเอางูพิษไปใส่
ในดอกไม้ ซ่อนใต้พิณ ขณะพระนางสามาวดี
กับสาวใช้ 500 กำลังปรนนิบัติพระเจ้าอุเทน ก็เปิดผ้า
งูพิษพุ่งใส่พระเจ้าอุเทนเกือบไม่รอด...ที่แน่ๆ โกรธกริ้วสุดๆ
เลยจะประหารพระนางสามาวดีกับคนใช้ด้วยตัวเอง

ขณะเงื้อธนูยิงไป พระนางสามาวดีก็แผ่เมตตา ลูกศรนั้น
ย้อนกลับไป ยิงไม่ได้ พระเจ้าอุเทนแจ่มแจ้งจิตถึงกับตรัสว่า
"ลูกศรนี้แม้จะไม่มีชีวิตจิตใจ แต่ก็ยังรู้จักคุณของ
พระนางสามาวดี เราเสียอีกแม้เป็นมนุษย์

กลับไม่รู้คุณของพระนาง”



คู่แค้นไม่ตาย...ใช้แผนสุดท้ายเลยแล้วกัน
เกลี่ยกล่อมให้พระนางสามาวดีเข้าไปในบ้านพร้อมสาวใช้500
เอาน้ำมันราดเสาทุกต้น จุดไฟเผาเรือน เป็นกรรมเก่า
ของพระนางสามาวดีที่เคยทำร่วมกับสาวใช้ 
จุดไฟเผาพระปัจเจกพุทธเจ้า สุดท้ายพระนางแผ่เมตตาก่อนตาย

แน่นอนว่า...เบื้องหลังของทุกสิ่งย่อมมีแน่
เพราะใครจะจงใจใส่ร้ายอีกฝ่ายอย่างนี้
แค้นฝังหุ่น ฝังใจ...ต้องล้มอีกฝ่ายจนตาย
สุดท้าย...พระนางมาคันทิยาก็ไม่ได้ตายดี

ถูกพระเจ้าอุเทนลงโทษด้วยการขุดหลุมใหญ่
เอาญาติพร้อมพระนางลงไป จุดไฟเผา
แต่สำหรับพระนางมาคันทิยา ก่อนจะตายถูกเฉือนเนื้อมาย่างไฟ
ตายด้วยความทรมาน..แต่ก็ยังไม่สำนึก
ธรณีสูบพระนางมาคันทิยาผู้อาฆาต แม้ฉากสุดท้าย
สมเป็นนางร้ายจริงๆ






ไฟได้เผาไหม้...ธรณีสูบ ...คนสวยอย่างพระนางมาคันทิยา
ตายไปด้วยความแค้นที่เจ็บปวด 

จากพุทธกาล...เชื่อมโยงสู่ยุคปัจจุบัน
ความอาฆาต อกตัญญูไม่รู้คุณ หวังผลประโยชน์หรือสิ่งใดก็ตาม
นำมาซึ่งการทำลายทุกวิถีทาง ...เพียงหวังให้อีกฝ่ายต้องมลาย

ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด...ทั้งใส่ร้าย ทั้งกุเรื่องสร้างข่าวเท็จ
อย่าคิดว่าสวรรค์จะไม่มีตา...ฟ้าจะไม่มีใจ...
กฎแห่งกรรมใครเลยจะหนีพ้น

คนดีจริง...ตายไปก็ได้ดี
คนชั่วนี่สิ..ตายไปคนสาปแช่ง
แต่ถ้ายังไม่ตาย...ก็อย่าหวังว่าจะอยู่ด้วยความสุขสบายใจเลย

แค้นส่วนแค้น...บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป
กรรมที่ท่านทำกับพระสงฆ์และผู้บริสุทธิ์!!!!
ผลย่อมปรากฎแก่ตัวท่านเอง...กลับตัวไม่ได้
ก็รอวันที่โดนตัดสินคดีความ ที่ยมโลกเลยแล้วกัน!!!!

                                                                               Cr.Angkanarak



ไม่นาน...ความชั่วปรากฎ
ความจริงหนีไม่พ้น
กฎหมายช่วยไม่ได้
รอกฎแห่งกรรมพิพากษาก็แล้วกัน!!!

เบื้องหลัง DSI ใครบงการ??? เทียบเคียงพุทธกาล "พระนางมาคันทิยาและพระนางสามาวดี แค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด"


ช่วงนี้...กำลังคุกกรุ่นเหลือเกิน
พระสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถูกแทรกแซง
จากผู้หวังร้าย...หวังผลประโยชน์ส่วนตัว
จิตใจมืดมัวด้วยกิเลสชั่วร้าย!!!

บางคนก็แต่งกลอนมาด่าวัดเฉยเลย 
ทั้งๆ ที่ไม่เคยมาปฏิบัติ
อย่างเช่นวัดพระธรรมกาย
ที่ขยายงานพระศาสนามาตลอด
ถูกข่าวโจมตี
และถูกกล่าวหาสารพัด

เขาคงคิดว่า หากล้มวัดพระธรรมกายได้
คงจะล้มพระพุทธศาสนาในประเทศไทยได้

อยากจะบอกว่า "เขาคิดผิด"
เพราะที่ผ่านมา
ศรัทธาของชาววัดพระธรรมกายนั้น
ยิ่งโดนโจมตี เขายิ่งแกร่งกล้า

ส่วนพุทธศาสนาในประเทศไทย
จะต้องยืดหยัดในประเทศไทยตลอดไปแน่นอน

ความจริง ย่อมเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ
คนดี..ต้องได้ดี
ส่วนคนชั่ว!!! ต้องได้ชั่วแน่นอน

นี่คือ "กฎแห่งกรรม" นี่คือ "สัจธรรม"
ที่ไม่มีใครอาจจะหนีพ้นแน่นอน !!!

ขอบคุณกลอนดีๆ จากน้องข้าวปั้น


กลอนจากน้องข้าวปั้น ตอบพี่คนดี พี่คนดี โปรดอ่านกลอนนี้

แต่งตั้งพระสังฆราชองค์ที่ 20 
รัฐบาล ค้านมส. 
ถูกธรรมหรือถูกแช่งด่าดี?


อันรักษาศีลสัตย์กตเวที...
ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญตน
ทรลักษณ์อกตัญญูต่อเขา...
เทพเจ้าก็จะแช่งทุกแห่งหนฯ
"สุนทรภู่"

อ่านกลอนบทนี้จบคุณคิดอะไร??? 
ลองย้อนกลับมา ดูตัวเองเป็นอันดับแรก
เพราะอะไร!!?? ถ้าเราเป็นมนุษย์มีคุณธรรม 
สิ่งแรกที่ต้องมี คือ มีศีล 5 นั่นเอง 
ไม่จำเป็นว่ามนุษย์หน้าไหน 
อย่างนี้ขอถามเลยไปอีกนิด 
ถ้าเป็นทศกัณฐ์ไม่เกี่ยวนะ!! 
เพราะเป็นยักษ์แม้จะมีหลายๆ หน้า อิอิ >< 
แต่ถ้ายักษ์มีศีลก็เป็นกรณีไปนะ 
นั่นเขาเรียกว่ายักษ์โพธิสัตว์ละ 
มาต่อเรื่องมีศีลอย่างเดียวไม่พอ 
จำเป็นต้องมีความซื่อสัตย์และมีความกตัญญูกตเวที 
เพราะซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน 
และความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี 
คนดีต้องมีความกตัญญู ย่อมจะเป็นที่เคารพ
ได้รับการยกย่องให้เกียรติสรรเสริญ
ในข้อวัตรปฏิบัติที่แสดงออกมา 
แต่ถ้าอกตัญญูเมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น ตรงข้ามเลย 
ความเสื่อมย่อมเกิดขึ้นแน่นอน

จะไม่พูดไม่ได้แล้วเรื่องแบบนี้ 

ต้องขยายความ!!!!
สืบเนื่องมาจากมีบุคคลที่ทำตัวใหญ่
จะเข้ามาจัดระเบียบคณะสงฆ์ 
จากการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ 
เลยทำการยัดข้อกล่าวหาให้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำ
มีมลทินเรื่องคดีรถเบนซ์โบราณ 
ผลัดกันเล่นผลัดกันรับลูกแบบไม่เคย
ที่จะคิดถึงความถูกต้องและถูกธรรม 

ล่าสุด!!! มีการค้านการแต่งตั้ง

โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน
อ้างว่า มส.ทำผิด มาตรา 7 ของพ.ร.บ.คณะสงฆ์ 
ฉ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535

ในการเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสังฆราช 

ที่ถูกต้องควรเป็นทางนายกรัฐมนตรีนำเสนอถึงจะถูก 
ว่ากันไปเรื่อย อันที่จริง มาตรา7 เขียนไว้ 3 วรรค 
ระบุไว้ชัด!!! โดยวรรคหนึ่งคือ 
"พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาพระสังฆราช" 
วรรค2คือ "ให้นายกรัฐมนตรีนำชื่อ
พระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์
ตามมติ มส. ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อสถาปนาเป็นพระสังฆราช"
ส่วนวรรค3 "ให้นายกรัฐมนตรีสนองราชโองการ" 
ฉะนั้นในวรรค2 ความชัดเจนคือ 
นายกฯ รับชื่อจาก มส. คือผู้จะดำรงตำแหน่งพระสังฆราช 
ตามมติ มส. แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระองค์
ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อทรงลงแล้ว 
เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการแต่งตั้ง 
และพร้อมประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน 
ชัดเจนอยู่ในตัว ดังนั้นถ้าผิดไปจากนี้ก็ไม่ใช่!!!

บรรดาพวกที่ออกมาต่อต้านทั้งหลาย

มีสิ่งใดแอบแฝงทำเพื่อผลประโยชน์!!!!
เพื่อใคร??? และต้องการสิ่งใด ย่อมรู้แก่ใจ 
ถ้ารักนายทำลายมิตร จิตอกุศล 
มารดลใจให้ไหลหลง อสงไขยชาติ
คงยากที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ขึ้นมาใหม่ 
Cr.เลือดสีใส 

"ค้านการแต่งตั้ง พระสังฆราช" ใครถูกผิดคิดให้ดีๆ

 สงสัยจริงๆ!!
บูชาข้าวพระ 
วัดพระธรรมกาย

#ถวายอาหาร #พระพุทธเจ้า #วัดธรรมกาย 
#หลอกลวง #มอมเมา#
เอาเรื่องไม่จริงมาบอก #จริงเปล่า
มาได้ยินคำนี้ พอ ๆ กับที่ได้มารู้จักวัด
มากี่ครั้งก็ชอบบรรยากาศนั่งสมาธิเงียบ ๆ สงบนะ
แต่ก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ได้ เลยถามคนโน้นคนนี้ 
ได้คำตอบมาแล้ว แต่ขอค้นต่ออีกหน่อยนะ(อารมณ์อยากรู้ 55
จนได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เลยมาเล่าสู่กันฟัง

อันดับแรกต้องมารู้จักคำนี้กันก่อน 
บูชาข้าวพระ = บูชา + ข้าว + พระ

บูชา หมายถึง การเคารพ ยกย่อง นับถือบุคคลที่ควรเคารพ 
เช่น พระรัตนตรัย พ่อแม่ ครูอาจารย์ เป็นต้น 
ในที่นี้หมายถึงการบูชาด้วยเครื่องสักการะอันประณีต

ข้าว อันนี้คงไม่ต้องบอก แต่หมายรวมถึง ข้าวและน้ำ หรืออาหารอื่น ๆ เป็นต้น
พระ หมายถึง พระภิกษุสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน
โดยรวมคือ การถวายทานวัตถุอันประณีต เช่น ข้าวและน้ำ เป็นต้น
แด่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน

มาถึงตรงนี้สงสัยอีก ก็พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปนานแล้ว 
การบูชาข้าวพระจะถวายยังไงและจะได้บุญได้อย่างไร?

ได้คำตอบในอรรถกถาทักขิณาวิภังคสูตรบอกว่า 
ยังทำได้ กล่าวคือ ให้ตั้งพระพุทธรูปในฐานะประมุขของสงฆ์ 
ถวายทานแด่พระพุทธองค์ก่อน แล้วจึงถวายแด่พระสงฆ์ 
ส่วนจะได้บุญอย่างไรในเมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว 
มาเข้าใจตอนเจอพุทธดำรัสบาลี(อย่าเพิ่งหันหน้าหนีนะ พอพูดถึงภาษาบาลี) 
ว่า “ติฏฺฐนฺเต นิพฺพุเต วาปิ สเม จิตฺเต สมํ ผลํ”  
แปลว่า ไม่ว่าพุทธองค์จะดำรงพระชนม์อยู่ หรือปรินิพพานแล้วก็ตาม 
หากบุคคลถวายทานมีจิตเลื่อมใสเสมอกัน ผลบุญย่อมเท่ากัน

 มีเกร็ดอีกนิดหนึ่งว่า การบูชาข้าวพระทุกอาทิตย์ต้นเดือนที่วัด
จะมีความแตกต่างกว่าจากบูชาตามประเพณี 
ซึ่งเป็นแบบขอถึงพระรัตนตรัย ตรงที่
ทุกอาทิตย์ต้นเดือนเป็นการบูชาแบบเข้าถึงเป็นชั้น ๆ 
ตามกำลังของสมาธิผู้ถวาย 
โดยนึกน้อมเอาพระพุทธปฏิมามาตั้งไว้ในกายเป็นนิมิตกสิณ 
และระลึกถึงพุทธคุณจนใจเป็นสมาธิ 
เมื่อจิตผ่องใสจนเห็นองค์พระปฏิมาก
รได้ชัดเจนมากขึ้นเท่าใด การนึกน้อม
วัตถุทานที่จะถวายก็ยิ่งชัดเจนเท่านั้น 
ถือเป็นการบูชาที่ประกอบในมรรคมีองค์ 8

 เมื่อก่อนมักคิดว่าสิ่งที่เราไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็น   
ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้(ทั้งเรื่องที่ตัวเองชอบและไม่ชอบ) 
แต่จริง ๆ แล้ว ความจริงหรือสัจธรรมเป็นของจริงที่รอเราไปพิสูจน์ 
แต่เราต้องเปิดใจเข้าไปหาและไม่ละความพยายามจนกว่าจะสำเร็จ
                                                                                                                                                       Cr. พาลัน



ตอบข้อข้องใจ บูชาข้าวพระ วัดพระธรรมกาย เป็นอย่างที่เขาว่าไหม วัดพระธรรมกายหลอกลวง จริงหรือ

วัดพระธรรมกายขายบุญจริงหรือ???!!!



“ฉันไม่ไปหรอกวัดนี้ขายบุญ”
“อูย !!!! วัดนี้เหรอ เอะอะก็บุญเอะอะก็บุญ”
“ระวังให้ดีเหอะ !!!!!
ไปวัดนี้....เขาขายบุญนะ!!!ประเดี๋ยวก็หมดตัวหรอก”
!##%$&%*(*#@#@%(^%$%$&^*^*
............ฯลฯ......................

ผมเชื่อมั่นว่า หลายๆคน...
คงเคยได้ยินคำพูดแบบที่จั่วหัวไว้ข้างบน 
หลายคนเมื่อได้ฟังก็คงจะลังเลว่าจะเอาไงดี?? 
หลายคนก็คง...จะอยากอธิบายแต่...
ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร T^T
เอาหล่ะวันนี้เรามาว่ากัน \(^^)/!!
ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน 
อาจจะต้องมีการยกศัพท์มา
อธิบายกันสักนิด
คำว่า "ขาย" ในพจนานุกรมแปลว่า 
"เอาของแลกเงินตรา"

คำว่า"บุญ" ในพจนานุกรมแปลว่า 
"ความดี กุศล เครื่องชำระสันดาน"

เมื่อดูจากศัพท์แล้ว 
ผมคงไม่ต้องอธิบายเลยนะครับว่า 
บุญนั้นเป็นสิ่งที่ซื้อขายกันไม่ได้ 
เพราะบุญไม่ใช่สิ่งของ 
แหม...หากบุญขายได้จริง 
ผมคงซื้อไปให้หลาย ๆ คน
ที่ออกมาทำความวุ่นวายให้พระพุทธศาสนา
ทั้งพระที่ไม่ค่อยจะฟังพระด้วยกัน 
ทั้งฆราวาสที่ศีลไม่ครบ มีแผลเหวอหวะ
แต่คิดที่จะปฏิรูปสงฆ์ 
ทำไมเหรอครับ???
ก็บุญแปลว่า "เครื่องชำระสันดาน"
เผื่อเอาไปให้แล้ว 
ท่านเหล่านั้น จะได้มีสันดานดีขึ้นไงครับ

บุญหรือความดีนั้น 
เป็นสิ่งที่ท่านต้องทำเองนะครับ 
และมีวิธีทำอยู่ถึง10 อย่าง
ที่เรียกว่า บุญกริยาวัตถุ 
ซึ่งประกอบไปด้วย ทาน ศีล ภาวนา
ความอ่อนน้อมถ่อมตน 
ช่วยเหลือสังคมรอบข้าง อุทิศบุญให้ผู้อื่น
อนุโมทนาบุญ ฟังธรรม แสดงธรรม 
และการทำความเห็นให้ตรง  
สิ่งเหล่านี้มันซื้อขายกันได้ที่ไหนเล่าครับ!!!
เพราะฉะนั้นต่อไป 
หากได้ยินใครบอกว่าที่ไหนขายบุญ 
จะเชื่อดีไหมครับ 
(ฟ้องว่า คนที่ใช้คำนี้ไม่มีความรู้พอ)

ทีนี้ก็มีเรื่องที่ต้องพูดกันต่อ เอ...???
พอมาวัดแล้ว ทำไมหลวงพ่อ หลวงพี่
จึงชอบชวนทำบุญ เคยถามพระท่าน
ท่านก็ถามกลับ อ้าว !!!?ไม่ให้พระชวนทำบุญ
แล้วจะให้พระชวนทำบาปเหรอ!!!??
แล้วท่านก็ยังบอกอีกว่า 
เวลาเราเห็นโฆษณา
เหล้า เบียร์ อบายมุขต่าง ๆ เราเดือดร้อนไหม  
ไม่ เพราะอะไร ???
เพราะเราไม่สนใจ ทำนองเดียวกัน 
หากพระชวนทำบุญแล้วเราไม่ทำ 
จะไปเดือดร้อนทำไมท่านไม่ได้เอาปืน เอามีด มาจี้ให้ทำสักหน่อย 
มันเป็นเรื่องความพอใจของเรา
พระท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน 
ทำไมว่าอย่างนั้น ในสิงคาลกสูตร 
ที่ว่าด้วยเรื่องทิศหก 
หรือคนที่อยู่รอบตัวเราหกประเภท 
หนึ่งในนั้นคือ ทิศเบื้องบน
หรือสมณะ นักบวช  
ท่านมีหน้าที่ที่ต้องทำต่อสาธุชนอยู่ 5 ประการ
คือ
            1. ห้ามมิให้ทำชั่ว
            2. ให้ตั้งอยู่ในความดี
            3. อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจ ไม่หน่ายหนี
            4. ให้ฟังในสิ่งไม่เคยฟัง
            5. บอกทางสวรรค์ให้ จุดหมายนำสู่นิพพาน

จากหน้าที่ตรงนี้เอง ที่ทำให้ท่าน
ต้องชักชวนให้เราทำความดี 
แล้วจะว่าท่านทำผิดหน้าที่หรือครับ!!!
ผมว่าสังคมทุกวันนี้ มันแปลก ๆ จะว่า
ความคิดคนวิปริตก็ได้นะครับ 
บ้านเมืองของเราจึงได้วุ่นวาย 
แต่เอาเถอะ!!!!
ลางเนื้อชอบลางยา 
สำหรับผม 
ขอเลือกพระที่ท่านสอนให้ทำทาน รักษาศีล
เจริญสมาธิภาวนาดีกว่าครับ

ส่วนใครที่ยิงหนังสะติ๊กแม่น ๆ 
จะไปเดินตามพระที่ท่านชวนไป
ตบทรัพย์ตามโรงแรม 
หรือให้หัดเป็นมือปืนข้าวโพดก็เอา 
ชีวิตหลังความตาย เดี๋ยวได้รู้กันว่าไผ๋เป็นไผ๋
ถึงตอนนั้นอย่ามาร้อง
เพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกั๋น นะครับ


cr.ปรัศนี

วัดพระธรรมกาย หลวงพ่อธัมมชโย มอมเมา ขาย บุญ ลวงโลก จริงหรือ วัดพระธรรมกายเป็นอย่างที่เขาว่าหรือไม่

- Copyright © ความจริงวันนี้ - Blogger Templates - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -