"ความจริงมีชัยชนะเหนือสรรพสิ่ง" อย่าใส่ร้ายใครถ้าไม่รู้จริง!!!???

บทความดีๆ จากนักเขียนวิชาการ

ผู้มีภูมิรู้ภูมิธรรมในประเทศไทย

อ่านแล้วกระจ่าง!! ชัดเจน!! 

คนดีจริงต้องสู้ด้วยความดีจริงๆ

ประเด็นร้อน...การโจมตีคณะสงฆ์ไทย 

ทั้งสมเด็จวัดปากน้ำ และพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย

ชี้ถูกชี้ผิดให้สังคมเข้าใจ

ชี้ความจริงแสนจริงได้ที่นี่!! เชิญผู้มีปัญญาพิจารณา




๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ภาพเก่าเล่าเรื่อง
ที่ผมประทับใจ
เก็บไว้รวมพิมพ์ตอนอายุ ๕๕ ปี



ภาพประวัติศาสตร์ชีวิตสมณะอันงดงาม
ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำภาษีเจริญ

ชมภาพเก่าหลวงพ่อสมเด็จพระอนุสาวนาจารย์ของผม
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์


และดูข่าวคราวเกี่ยวกับท่านและศิษย์ท่านคือวัดพระธรรมกาย
หลายคนถามผมว่าผมเป็นกลางเรื่องหลวงพ่อสมเด็จฯวัดปากน้ำกรณีรถหรูหรือไม่?



หนังสือพิมพ์เพื่อชี้แจงความจริง
ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำฯ และกรณีวัดพระธรรมกาย

ตอบตรงไปตรงมาผมยืนยันชัดเจนหลายครั้งว่าผมมีอคติไม่เป็นกลางฉันทาคติลำเอียงเพราะเคารพนับถือศรัทธาในผลงานของท่านครับ เพราะผมเห็นมานานด้วยสายตาตนเอง

พระผู้ใหญ่วัดบ้านวัดป่าท่านก็มีโลกส่วนตัว
บางรูปชอบตัดแต่งต้นไม้ต้นตะโก(เจ้าคณะจ.สุพรรณบุรี)
บางรูปชอบสะสมนาฬิกา
บางรูปชอบสะสมพระเครื่อง 
บางรูปชอบสะสมโต๊ะมุก(เช่นวัดเขาสุกิม)
บางรูปชอบสะสมเครื่องเสียง
บางรูปชอบสะสมรถเก่า (วัดท่าตอนเชียงใหม่)
บางรูปชอบสะสมเสือ(วัดป่าแถวเมืองกาญจน์)
บางรูปชอบสะสมหนังสือ(ท่านเจ้าคุณเทียบวัดพระเชตุพน)
บางรูปชอบสะสมพัดยศ
บางรูปชอบสะสมวัตถุโบราณแบบว่าพิพิธภัณฑ์
บางรูปชอบสะสมเลี้ยงนกต่างๆ
ผมเลยไม่แปลกใจที่หลวงพ่อสมเด็จจะชอบสะสมรถโบราณ
รถจดทะเบียนเลิกวิ่งแล้วจะคิดเยอะคิดมากคิดเล็กคิดน้อยกับท่านทำไม?
แน่นอนว่าอีกเหตุผลที่ผมลำเอียงเพราะท่านเป็นพระคู่สวดผม
ท่านเป็นไอดอลผมเรื่องช่วยเหลือคนด้านที่เราถนัด
ผมก็ทำดีตามท่านเรื่อยมา
และก็ไม่วายถูกด่าถูกใส่ร้ายใส่ความเช่นกัน
แต่ผมด้านร้ายก็ร้ายเคยเล่นงานดร.คนหนึ่งจบจากอเมริกาทางการเงินมีนิสัยเห็นแก่ตัวมากคิดเล็กคิดน้อยคิดเยอะคิดมากเป็นลูกน้องในโครงการที่ผมบริหารแต่มักใหญ่ใฝ่สูงเนรคุณกินข้าวไม่มียางไม่เจียมตัวบังอาจวัดรอยเท้า
ดร.คนนี้ร้ายนักอีแอบเล่นงานผมใส่ร้ายใส่ความลับหลังบังอาจจัดเนติบัณฑิตจบจุฬาฯจัดทีมทนายชุดใหญ่และทีมเบิกความเท็จ
แต่งเรื่องแต่งราวสู้คดีใส่ร้ายใส่ความผม
เอาความเท็จเบิกความยัดเยียดปรักปรำเล่นงานสนุกปากเอาศาลเป็นเวทีแสดงละครลวงโลก
นึกว่าผมจะกลัวจะเกรงจะหวาดหวั่นครั่นคร้าม
อ่านใจผมผิด

บอกตรง
ผมกลัวและยำเกรงคนดีคนจริงคนตรงเท่านั้น
แต่ใครที่คิดลบคิดร้ายใส่ร้ายใส่ความมาผมก็ร้ายตอบปักหลักสู้ไม่ถอยนี่คือสไตล์ผม

สู้คนอาสัตย์อาธรรม์ด้วยความจริง

ผมไม่จบกฎหมายทั้งความแพ่งความอาญาก็จริงอยู่
แต่สติปัญญาลึกซึ้งยิ่งนักเครือข่ายทนายพวกพ้องกว้างขวางหลากหลายวงการช่วยคิดอ่าน
สุดท้ายผมตัดสินใจเลือกใช้บริการทนายระดับเนติบัณฑิต
จบจุฬาฯทำงานคิงส์พาวเวอร์ต่อสู้ตัวบทกฎหมายแทนผม
กอปรกับผมใช้การวางแผนทางกฎหมาย
บัญชาการรบด้วยเอกสาร

ยึดหลักจักรพรรดิอโสก"ความจริงมีชัยชนะเหนือสรรพสิ่ง"สุดท้ายความจริงปรากฏ

สงครามสั่งสอนดร.กว่า๓ปีจบลง
ผมก็มีชัยชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ศาลพิพากษาให้ผมชนะ
ดร.โจรแทบไม่มีแผ่นดินอยู่!
ผมเล่นงานหนักโหดเหี้ยมใจดำอำมหิต
ยามรบยามร้ายก็ร้ายนัก
เล่นไม่เลิกจนดร.คนนี้เสียชื่อเสียง
เสียเงินเสียทองเสียประวัติ
ขึ้นทะเบียนเป็นอาชญากรด้าน"การใส่ร้ายใส่ความคนอื่นๆ"
จากความจริงที่ดร.คนนี้เป็นคนนิสัยเช่นนี้จริงๆ
รายดร.นี้เข็ดหลาบหลาบจำ
หลังสารภาพขอโทษผมบนศาลนัดสุดท้าย
จ่ายเงินผมค่าปากหมาบนศาลหลายแสนบาทด้วย
จนบัดนี้เงียบหายออกจากวงการไป
ไม่ปรากฏว่าไปใส่ร้ายใส่ความใครๆอีกเลย
แพ้ผมราบคาบทั้งศาลอาญาและศาลแพ่ง
เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับผม
ผมเป็นคนแปลก
ไม่ใช่เทพนั่งเงียบในศาลเจ้าที่หมาเดินผ่านเยี่ยวรดแล้ววิ่งหนี
โดยไม่ลงโทษลงทัณฑ์
ดีผมก็ดีใจหายร้ายก็ร้ายน่ากลัวเกินคาด
จนได้รับสมญานามในแวดวงว่าเป็นคน
"คุณอนันต์โทษมหันต์"
จะไม่เหมือนหลวงพ่อสมเด็จก็ตรงนี้แหละ!
และอีกข้อผมมองว่าข้อหาต่างๆ ท่านอธิบายได้

อีกข้อที่ผมไม่เป็นกลางเพราะ"ผู้กล่าวหา"ไม่มีผลงานให้ผมนับถือศรัทธาเลื่อมใสใดๆว่ามีผลงานที่จับต้องได้และเป็นรูปธรรมเหนือกว่าหลวงพ่อสมเด็จฯ


ตลอดชีวิตหลวงพ่อบวชแต่หนุ่มจนถึงอายุตัวเลข ๙๐ แล้ว
หลวงพ่อสมเด็จฯทำดีมาโดยตลอดจนได้รับฉายาว่า
"เวิลด์แบงก์" คือแจกเงินวัดโน้นวัดนี้ไปทั่ว
ขอให้วัดต่างๆบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ชัดเจน
ท่านไม่เค็ม_ไม่เหนียว_ไม่เขี้ยว_ไม่เบี้ยวไม่ปฏิเสธ
กับการสร้างบุญต่างๆ

ส่วนวัดพระธรรมกายผมก็เห็นคณะพุทธบริษัทวัดนี้
ทำกิจกรรมทาน-ศีล - ภาวนา ครบถ้วน
ไม่พบจริงๆหรือใครพบว่าวัดฉ้อฉลคดโกงตุกติกใดๆ
ก็ส่งข่าวมาบอกด้วย

ผมเห็นแต่ว่าวัดระดมเงินจำนวนมากๆแล้วก็ทำทันที
เงินวัดจะหายไปไหน
ก็เห็นกับตาว่าวัดใช้จนหมดสิ้นไปกับกิจกรรม ทาน - ศีล -ภาวนา
เกิดกิจกรรมใหญ่โตเยอะแยะ
เกิดตึกเกิดอาคารเกิดสถานที่บำเพ็ญบุญปฏิบัติธรรมใหญ่โตมากมาย

ผมไม่แปลกใจใดๆ เพราะวันนี้มหาจุฬาฯมหามกุฏฯวัดชูจิตมหาวชิราลงกรณ์ก็พัฒนาจนใหญ่โตรุ่งเรืองกว่าเดิม
การเกิดวัดใหญ่ๆคนบวชเป็นแสนเป็นล้าน
ผมอนุโมทนามัยบุญจิตกุสลชื่นชมยินดีว่าพระและทีมวัดนี้เก่ง

วัดผมสังกัดขนาดสมเด็จพระสังฆราชสถิตหลายพระองค์
ขนาดโรงเรียนสวนกุหลาบตั้งอยู่บนที่วัดก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย
และสมบัติพัสถานทั้งมวลท้ายที่สุดก็ตกแก่พระพุทธศาสนา
จะมีบุคคลคณะบุคคลคนหนึ่งคนใดฉ้อฉลคดโกงยักย้ายถ่ายเทเอาไปเป็นสมบัติตัวก็หาได้ไม่

หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเองท่านก็ย่างเข้าเลข๗
คิดนึกแบบตรรกะไม่ออกจริงๆว่าท่านจะยักยอกฟอกเงินไปทำไม
ไม่เห็นท่านบำรุงตนบำเรอตัวใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเหมือนเจ้าสัวทั่วไป
ท่านคิดแต่เมตตาจิตเป็นเบื้องหน้าอภัยอโหสิเป็นเบื้องหลัง
บอกตรงผมไม่ได้เป็นศิษย์สำนักนี้ยัง "อาสน์ร้อน" แทนท่านเลย!

สังคมไทยวันนี้ต้องปฏิรูปพฤติกรรมคนไทย
จากทำดีๆระวังโดนด่า
ต้องเปลี่ยนเป็น ถูกด่าก็อย่านิ่งอย่าเงียบต้องสั่งสอน
แข่งขันกันทำความดี
แล้วแย่งชิงรางวัลความดีกัน

เมืองไทยเราน่าจะริเริ่มเป็นประเทศแรก
ไม่ใช่ยกย่องแข่งกีฬาคือใช้แรงกันด้านเดียว
ผมนี่งงเลย!
ผมมาคิดคำนึงว่าคนเราต้องเปิดหู- เปิดตา- เปิดใจรับฟัง รับดู รับรู้ ด้วยตนเองด้งคำที่ผมพูดบ่อยๆว่าได้คิดก็คลิกได้

เชิญอ่านความจริงอีกด้านของหลวงพ่อสมเด็จ
และคำชี้แจงต่างๆ จากผู้คลุกวงในกรณีธรรมกาย

ใช้หลักกาลามสูตรคิดวิเคราะห์พิจารณาเอาเอง
ไม่ต้องเชื่อผมหรือเชื่อใครวางใจเป็นกลาง

ไฟลุกขึ้นเพราะมีผู้จุด

วันนี้ใครจุดไฟเผากุฏิเผาวัด

อีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏสู่สังคมไทย
อย่าใส่ร้ายใส่ความใครถ้าเราไม่รู้ลึกรู้จริง
ฝากไว้เป็นแง่คิดครับ

Cr. ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ
15 พฤษภาคม พ.ศ.2559




"ความจริงมีชัยชนะเหนือสรรพสิ่ง" อย่าใส่ร้ายใครถ้าไม่รู้จริง!!!??? "ความจริงมีชัยชนะเหนือสรรพสิ่ง" อย่าใส่ร้ายใครถ้าไม่รู้จริง!!!??? Reviewed by อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม on 05:05 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.