สิ่งที่ไม่รู้...แต่ต้องรู้ให้ได้ คือเรื่อง กฎแห่งกรรม

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

"ความจริงมีชัยชนะเหนือสรรพสิ่ง" อย่าใส่ร้ายใครถ้าไม่รู้จริง!!!???

บทความดีๆ จากนักเขียนวิชาการ

ผู้มีภูมิรู้ภูมิธรรมในประเทศไทย

อ่านแล้วกระจ่าง!! ชัดเจน!! 

คนดีจริงต้องสู้ด้วยความดีจริงๆ

ประเด็นร้อน...การโจมตีคณะสงฆ์ไทย 

ทั้งสมเด็จวัดปากน้ำ และพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย

ชี้ถูกชี้ผิดให้สังคมเข้าใจ

ชี้ความจริงแสนจริงได้ที่นี่!! เชิญผู้มีปัญญาพิจารณา




๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ภาพเก่าเล่าเรื่อง
ที่ผมประทับใจ
เก็บไว้รวมพิมพ์ตอนอายุ ๕๕ ปี



ภาพประวัติศาสตร์ชีวิตสมณะอันงดงาม
ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำภาษีเจริญ

ชมภาพเก่าหลวงพ่อสมเด็จพระอนุสาวนาจารย์ของผม
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์


และดูข่าวคราวเกี่ยวกับท่านและศิษย์ท่านคือวัดพระธรรมกาย
หลายคนถามผมว่าผมเป็นกลางเรื่องหลวงพ่อสมเด็จฯวัดปากน้ำกรณีรถหรูหรือไม่?



หนังสือพิมพ์เพื่อชี้แจงความจริง
ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำฯ และกรณีวัดพระธรรมกาย

ตอบตรงไปตรงมาผมยืนยันชัดเจนหลายครั้งว่าผมมีอคติไม่เป็นกลางฉันทาคติลำเอียงเพราะเคารพนับถือศรัทธาในผลงานของท่านครับ เพราะผมเห็นมานานด้วยสายตาตนเอง

พระผู้ใหญ่วัดบ้านวัดป่าท่านก็มีโลกส่วนตัว
บางรูปชอบตัดแต่งต้นไม้ต้นตะโก(เจ้าคณะจ.สุพรรณบุรี)
บางรูปชอบสะสมนาฬิกา
บางรูปชอบสะสมพระเครื่อง 
บางรูปชอบสะสมโต๊ะมุก(เช่นวัดเขาสุกิม)
บางรูปชอบสะสมเครื่องเสียง
บางรูปชอบสะสมรถเก่า (วัดท่าตอนเชียงใหม่)
บางรูปชอบสะสมเสือ(วัดป่าแถวเมืองกาญจน์)
บางรูปชอบสะสมหนังสือ(ท่านเจ้าคุณเทียบวัดพระเชตุพน)
บางรูปชอบสะสมพัดยศ
บางรูปชอบสะสมวัตถุโบราณแบบว่าพิพิธภัณฑ์
บางรูปชอบสะสมเลี้ยงนกต่างๆ
ผมเลยไม่แปลกใจที่หลวงพ่อสมเด็จจะชอบสะสมรถโบราณ
รถจดทะเบียนเลิกวิ่งแล้วจะคิดเยอะคิดมากคิดเล็กคิดน้อยกับท่านทำไม?
แน่นอนว่าอีกเหตุผลที่ผมลำเอียงเพราะท่านเป็นพระคู่สวดผม
ท่านเป็นไอดอลผมเรื่องช่วยเหลือคนด้านที่เราถนัด
ผมก็ทำดีตามท่านเรื่อยมา
และก็ไม่วายถูกด่าถูกใส่ร้ายใส่ความเช่นกัน
แต่ผมด้านร้ายก็ร้ายเคยเล่นงานดร.คนหนึ่งจบจากอเมริกาทางการเงินมีนิสัยเห็นแก่ตัวมากคิดเล็กคิดน้อยคิดเยอะคิดมากเป็นลูกน้องในโครงการที่ผมบริหารแต่มักใหญ่ใฝ่สูงเนรคุณกินข้าวไม่มียางไม่เจียมตัวบังอาจวัดรอยเท้า
ดร.คนนี้ร้ายนักอีแอบเล่นงานผมใส่ร้ายใส่ความลับหลังบังอาจจัดเนติบัณฑิตจบจุฬาฯจัดทีมทนายชุดใหญ่และทีมเบิกความเท็จ
แต่งเรื่องแต่งราวสู้คดีใส่ร้ายใส่ความผม
เอาความเท็จเบิกความยัดเยียดปรักปรำเล่นงานสนุกปากเอาศาลเป็นเวทีแสดงละครลวงโลก
นึกว่าผมจะกลัวจะเกรงจะหวาดหวั่นครั่นคร้าม
อ่านใจผมผิด

บอกตรง
ผมกลัวและยำเกรงคนดีคนจริงคนตรงเท่านั้น
แต่ใครที่คิดลบคิดร้ายใส่ร้ายใส่ความมาผมก็ร้ายตอบปักหลักสู้ไม่ถอยนี่คือสไตล์ผม

สู้คนอาสัตย์อาธรรม์ด้วยความจริง

ผมไม่จบกฎหมายทั้งความแพ่งความอาญาก็จริงอยู่
แต่สติปัญญาลึกซึ้งยิ่งนักเครือข่ายทนายพวกพ้องกว้างขวางหลากหลายวงการช่วยคิดอ่าน
สุดท้ายผมตัดสินใจเลือกใช้บริการทนายระดับเนติบัณฑิต
จบจุฬาฯทำงานคิงส์พาวเวอร์ต่อสู้ตัวบทกฎหมายแทนผม
กอปรกับผมใช้การวางแผนทางกฎหมาย
บัญชาการรบด้วยเอกสาร

ยึดหลักจักรพรรดิอโสก"ความจริงมีชัยชนะเหนือสรรพสิ่ง"สุดท้ายความจริงปรากฏ

สงครามสั่งสอนดร.กว่า๓ปีจบลง
ผมก็มีชัยชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ศาลพิพากษาให้ผมชนะ
ดร.โจรแทบไม่มีแผ่นดินอยู่!
ผมเล่นงานหนักโหดเหี้ยมใจดำอำมหิต
ยามรบยามร้ายก็ร้ายนัก
เล่นไม่เลิกจนดร.คนนี้เสียชื่อเสียง
เสียเงินเสียทองเสียประวัติ
ขึ้นทะเบียนเป็นอาชญากรด้าน"การใส่ร้ายใส่ความคนอื่นๆ"
จากความจริงที่ดร.คนนี้เป็นคนนิสัยเช่นนี้จริงๆ
รายดร.นี้เข็ดหลาบหลาบจำ
หลังสารภาพขอโทษผมบนศาลนัดสุดท้าย
จ่ายเงินผมค่าปากหมาบนศาลหลายแสนบาทด้วย
จนบัดนี้เงียบหายออกจากวงการไป
ไม่ปรากฏว่าไปใส่ร้ายใส่ความใครๆอีกเลย
แพ้ผมราบคาบทั้งศาลอาญาและศาลแพ่ง
เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับผม
ผมเป็นคนแปลก
ไม่ใช่เทพนั่งเงียบในศาลเจ้าที่หมาเดินผ่านเยี่ยวรดแล้ววิ่งหนี
โดยไม่ลงโทษลงทัณฑ์
ดีผมก็ดีใจหายร้ายก็ร้ายน่ากลัวเกินคาด
จนได้รับสมญานามในแวดวงว่าเป็นคน
"คุณอนันต์โทษมหันต์"
จะไม่เหมือนหลวงพ่อสมเด็จก็ตรงนี้แหละ!
และอีกข้อผมมองว่าข้อหาต่างๆ ท่านอธิบายได้

อีกข้อที่ผมไม่เป็นกลางเพราะ"ผู้กล่าวหา"ไม่มีผลงานให้ผมนับถือศรัทธาเลื่อมใสใดๆว่ามีผลงานที่จับต้องได้และเป็นรูปธรรมเหนือกว่าหลวงพ่อสมเด็จฯ


ตลอดชีวิตหลวงพ่อบวชแต่หนุ่มจนถึงอายุตัวเลข ๙๐ แล้ว
หลวงพ่อสมเด็จฯทำดีมาโดยตลอดจนได้รับฉายาว่า
"เวิลด์แบงก์" คือแจกเงินวัดโน้นวัดนี้ไปทั่ว
ขอให้วัดต่างๆบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ชัดเจน
ท่านไม่เค็ม_ไม่เหนียว_ไม่เขี้ยว_ไม่เบี้ยวไม่ปฏิเสธ
กับการสร้างบุญต่างๆ

ส่วนวัดพระธรรมกายผมก็เห็นคณะพุทธบริษัทวัดนี้
ทำกิจกรรมทาน-ศีล - ภาวนา ครบถ้วน
ไม่พบจริงๆหรือใครพบว่าวัดฉ้อฉลคดโกงตุกติกใดๆ
ก็ส่งข่าวมาบอกด้วย

ผมเห็นแต่ว่าวัดระดมเงินจำนวนมากๆแล้วก็ทำทันที
เงินวัดจะหายไปไหน
ก็เห็นกับตาว่าวัดใช้จนหมดสิ้นไปกับกิจกรรม ทาน - ศีล -ภาวนา
เกิดกิจกรรมใหญ่โตเยอะแยะ
เกิดตึกเกิดอาคารเกิดสถานที่บำเพ็ญบุญปฏิบัติธรรมใหญ่โตมากมาย

ผมไม่แปลกใจใดๆ เพราะวันนี้มหาจุฬาฯมหามกุฏฯวัดชูจิตมหาวชิราลงกรณ์ก็พัฒนาจนใหญ่โตรุ่งเรืองกว่าเดิม
การเกิดวัดใหญ่ๆคนบวชเป็นแสนเป็นล้าน
ผมอนุโมทนามัยบุญจิตกุสลชื่นชมยินดีว่าพระและทีมวัดนี้เก่ง

วัดผมสังกัดขนาดสมเด็จพระสังฆราชสถิตหลายพระองค์
ขนาดโรงเรียนสวนกุหลาบตั้งอยู่บนที่วัดก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย
และสมบัติพัสถานทั้งมวลท้ายที่สุดก็ตกแก่พระพุทธศาสนา
จะมีบุคคลคณะบุคคลคนหนึ่งคนใดฉ้อฉลคดโกงยักย้ายถ่ายเทเอาไปเป็นสมบัติตัวก็หาได้ไม่

หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเองท่านก็ย่างเข้าเลข๗
คิดนึกแบบตรรกะไม่ออกจริงๆว่าท่านจะยักยอกฟอกเงินไปทำไม
ไม่เห็นท่านบำรุงตนบำเรอตัวใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเหมือนเจ้าสัวทั่วไป
ท่านคิดแต่เมตตาจิตเป็นเบื้องหน้าอภัยอโหสิเป็นเบื้องหลัง
บอกตรงผมไม่ได้เป็นศิษย์สำนักนี้ยัง "อาสน์ร้อน" แทนท่านเลย!

สังคมไทยวันนี้ต้องปฏิรูปพฤติกรรมคนไทย
จากทำดีๆระวังโดนด่า
ต้องเปลี่ยนเป็น ถูกด่าก็อย่านิ่งอย่าเงียบต้องสั่งสอน
แข่งขันกันทำความดี
แล้วแย่งชิงรางวัลความดีกัน

เมืองไทยเราน่าจะริเริ่มเป็นประเทศแรก
ไม่ใช่ยกย่องแข่งกีฬาคือใช้แรงกันด้านเดียว
ผมนี่งงเลย!
ผมมาคิดคำนึงว่าคนเราต้องเปิดหู- เปิดตา- เปิดใจรับฟัง รับดู รับรู้ ด้วยตนเองด้งคำที่ผมพูดบ่อยๆว่าได้คิดก็คลิกได้

เชิญอ่านความจริงอีกด้านของหลวงพ่อสมเด็จ
และคำชี้แจงต่างๆ จากผู้คลุกวงในกรณีธรรมกาย

ใช้หลักกาลามสูตรคิดวิเคราะห์พิจารณาเอาเอง
ไม่ต้องเชื่อผมหรือเชื่อใครวางใจเป็นกลาง

ไฟลุกขึ้นเพราะมีผู้จุด

วันนี้ใครจุดไฟเผากุฏิเผาวัด

อีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏสู่สังคมไทย
อย่าใส่ร้ายใส่ความใครถ้าเราไม่รู้ลึกรู้จริง
ฝากไว้เป็นแง่คิดครับ

Cr. ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ
15 พฤษภาคม พ.ศ.2559




Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

กฎแห่งกรรม

คติประจำ Blog

  1. ทำดีย่อมได้ดี.
  2. ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
  3. ปลูกถั่วได้กินถั่ว..ปลูกงาได้กินงา

เกี่ยวกับผู้เขียน

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้
มีลมหายใจไว้ทำดี
มีมือไว้สร้างสรรค์งานเขียน
มีหัวใจไว้ชี้แจงความจริง
ในนามว่า
"อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม"

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สำหรับผู้เข้ามาอ่าน
กรุณาวางอคติเสียก่อน ทำใจสบายๆ เพราะนี่คืองานเขียนอิสระ
สำหรับผู้ชม
หากผ่านมาได้อ่านก็หวังว่าจะได้แง่คิดดีๆ กลับไป คนเราอายุไม่ยาวถึงร้อยปี จะเก็บความโกรธเกลียดกันไว้ทำไม ถ้าคิดว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต คงไม่มีเวลามานั่งจับผิดใคร