สิ่งที่ไม่รู้...แต่ต้องรู้ให้ได้ คือเรื่อง กฎแห่งกรรม

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เผยความจริงจากนักข่าว...ถึงพระธัมมชโย!!!???

ความจริงวันนี้!!
ขอนำเสนอเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นกับนักข่าวท่านหนึ่ง
ทางเลือกของเขาคือ เขียนความจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย
หรือทางตรงข้าม!!!????
เขาจะเลือกสิ่งไหนเพื่อหนทางอยู่รอดของเขา??

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่เคารพอย่างสูง

กระผม...ไม่ประสงค์จะเปิดเผยนาม... 
แต่ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว มีคำตอบให้แก่ตัวเองว่า 
กรณีศึกษาของกระผมน่าจะเป็นประโยชน์แก่สังคม
ของคนหมู่มากในยุคปัจจุบันนี้อยู่บ้าง  

กระผมเคยเป็นคอลัมน์นิสต์ตัวเล็กๆ 
ที่หนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง    
ซึ่งในขณะนั้นมีกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย 3 ท่าน 
เป็นกัลยาณมิตรให้กับกระผม  

ในช่วงที่วัดพระธรรมกายประสบปัญหาวิกฤติอย่างหนัก 
ากการโดนสื่อมวลชนกลุ่มใหญ่รุมเล่นงาน 
โดยทำตัวเป็นตุลาการพิพากษาให้กับสังคมรับรู้เรื่องราว
ของวัดพระธรรมกาย เป็นรายวัน  
กระผมเฝ้ามองสถานการณ์ตอนนั้นอย่างเกาะติด 
และพบว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งๆที่เมืองไทยเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา  
กระผมจึงได้เปิดคอลัมน์ที่หนังสือพิมพ์เล็กๆ ฉบับที่กระผมทำงานอยู่ 
โดยมีจุดมุ่งหมายเพียงแค่ให้สังคมเกิดหูตาสว่าง และเปิดกว้าง  
ไม่ให้หลงเชื่อตามกระแสข่าวที่สื่อมวลชนสร้างกันขึ้นมา
อย่างเป็นขบวนการ    

ในช่วงนั้น กระผมได้รับกำลังใจจาก พระเดชพระคุณพระธรรม
ราชานุวัติ (หลวงเตี่ย) ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่ครอบครัวของกระผม
นับถืออย่างสูงสุดมานาน..    

 หลวงเตี่ยเคยพูดกับกระผมว่า 
“แกเดินมาถูกทางแล้ว วันนี้สังคมไทยถูกเมฆหมอกปิดบังหูตา ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าความจริงจะปรากฏ ..ขอให้ความจริงมาเยือนเถอะและจงสู้ต่อไป!!!” 
 การลุกขึ้นสู้กับสื่อมวลชนทั้งหลายของกระผมมีผลตามมาก็คือ..
ได้ทั้งก้อนอิฐและดอกไม้  มีจดหมายหลั่งไหลไปกองอยู่ที่โต๊ะทำงานเป็นภูเขาเลากา คำชมก็มาก  คำสาปแช่งก็เยอะ  ระหว่างที่ผมทำงานที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้น 

ในช่วงหลังๆมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นคือ..!!! 
กระผมถูกอิทธิพลจากผู้บริหารงานระดับสูง มาบีบบังคับให้เขียนกลับคำ ร้อยแปดสิบองศาแบบชนิดที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังเท้าทีเดียว 
เพื่อนคอลัมน์นิสต์บางคนยอมทำตามคำสั่งเพื่อความอยู่รอด!!! 
แต่กระผมไม่ยอม กระผมมักคิดถึงคำพูดของหลวงเตี่ยเสมอ 
กระผมมีความสำนึกอยู่ลึกๆว่า  
ทุกอย่างเรารู้ประจักษ์ใจดีอยู่แล้ว การเขียนด้วยมือแล้วจะให้เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น กระผมทำไม่ลง 
กระผมฝืนใจอยู่ต่อไปอีกไม่ได้จึงลาออกแล้วไปทำงานกับหนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่ง... 

ในช่วงที่กระผมลาออกจากหนังสือพิมพ์เดิมนั้น ได้มีคนบางคนใช้คอลัมน์เก่าของผม และนามปากกาเดียวกับผม ไปเขียนว่าวัดพระธรรมกาย  โดยการดัดแปลงสำนวนลีลาการเขียน ให้เหมือนกับกระผม 

ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้นครั้งนั้นทำให้ กัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย เข้าใจผิดอย่างมาก นอกจากนั้น ยังทำให้กระผม 
ต้องกลายเป็นคนอกตัญญูของพระผู้ใหญ่หลายท่าน 
แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็ยังโชคดีที่มีพี่กัลยาณมิตรทั้ง 3 ท่าน
คอยให้กำลังใจและให้ความเข้าใจอยู่เสมอ..

ในขณะที่ผมทำงานอยู่กับหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่   
ในคืนวันที่ 6 เข้าวันที่ 7 ตุลาคม  พ.ศ.2547  
ระหว่างขับรถจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน 
กระผมอ่อนเพลียจากการทำงานมาก  จึงหลับใน..

ขณะขับรถ ได้ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง!!!
จนรถพังยับเยินทั้งคัน  ทำให้ข้อมือซ้ายหัก   
กะโหลกระหว่างตาซ้ายและตาขวาร้าว และที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นคือ ต้องสูญเสียดวงตาทั้ง 2 ข้าง  เหตุเกิดที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ใกล้สถานีตำรวจเตาปูน  มีผู้นำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 

ผมมารู้สึกตัวตอนประมาณ 6.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม ญาติและเพื่อน ๆ ของผมได้ทราบเรื่องก็เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเวลา 7.00 น. เมื่อถึงเวลา 9.00 น. แพทย์ได้เริ่มให้การรักษาโดยนำเอาดวงตาทั้ง 2 ข้าง ที่ห้อยออกมาเป็นลูกปิงปองอยู่นอกเบ้าตากลับเข้าที่  

ได้มีการวางยาสลบและเย็บแผลที่ตาหลายชั้นกระผมมาฟื้นอีกครั้งในช่วงเย็น ระหว่างนั้นแพทย์ได้แจ้งให้ญาติทราบว่า  ตาทั้ง 2 ข้างได้รับผลกระทบจากการกระแทกและถูกกระจกบาดอย่างรุนแรง หมดโอกาสที่จะมองเห็นอีกต่อไป  พ่อแม่ญาติพี่น้องต่างสิ้นหวัง มีเพื่อนของกระผมคนหนึ่ง ....
ได้ติดต่อไปทางแพทย์ผู้ใหญ่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้ผมได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุโดยตรง พอรุ่งขึ้นวันที่ 8 ตุลาคม กระผมได้ถูกส่งตัวไปที่ตึกกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลศิริราช  และอยู่ในการดูแลของ อาจารย์นายแพทย์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ในระหว่างนั้นมีการหยอดยารักษาอาการอักเสบทั้ง 2 ข้าง  ทุกๆ 1 ชั่วโมง  มีการทดสอบสายตาและจอประสาทตารวมทั้งเลนส์ตาอยู่เป็นระยะๆ แพทย์ให้ความหวังว่า.. 

สิ่งที่คณะแพทย์ทำได้ดีที่สุดคือ พยายามรักษาสภาพตาไม่ให้มีการเหลือกหลนออกมาจนน่าเกลียด การรักษาเพื่อให้มีโอกาสมองเห็นนั้นค่อนข้างจะเลือนราง   นอกจากจะมีปาฏิหาริย์มาช่วยเท่านั้น  กระผมเรียนหมอไปว่าพร้อมที่จะอุทิศตัวเอง เพื่อความก้าวหน้าให้กับวิทยาการด้านนี้  

แต่หมอก็แย้งว่า “การที่แพทย์จะทำอะไรลงไปต้องหวังผล และไม่คิดจะนำคนไข้ไปเป็นหนูทดลองยา” แต่กระผมก็ตอบหมอไปว่า “ถึงแม้ปล่อยไว้อย่างนี้ชีวิตก็ตกอยู่ในความมืดไม่มีประโยชน์อะไร สู้ให้แพทย์ทดลองเสี่ยงผ่าตัดดูก็คงพอมีหวังอยู่บ้าง   ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จก็ถือว่า ไม่มีอะไรจะขาดทุนอีกต่อไปแล้ว”

วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2547  แพทย์ทนลูกตื้อของกระผมไม่ไหวจึงได้ทำการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด ผมนึกถึง  คุณพระพุทธเจ้าตามที่พระแนะนำ  

 ช่วงสำคัญคือ ตอนที่วิสัญญีแพทย์ทำการวางยาสลบ ..  
จิตใจของกระผมได้สัมผัสกับหลวงปู่ (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) ท่านมาปรากฏให้เห็นในรูปของรูปหล่อทองคำองค์ใหญ่ซึ่งเป็นองค์เดียว กับองค์ที่ประดิษฐานไว้ที่ห้องปัญญา 
จากนั้นรูปหล่อทองคำของหลวงปู่ก็กระจายออกเป็นองค์เล็กๆ ดูระยิบระยับไปหมดแล้วก็หายไป พร้อมกับการเข้าสู่ภวังค์โดยไม่รู้สึกตัวของกระผมในเวลาต่อมา  

หลังการผ่าตัด กระผมต้องนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนวงเดือนตลอด 24 ชั่วโมง  เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์  นับตั้งแต่กระผมเกิดมาการนอนคว่ำหน้าเป็นเวลานานถึง 14 -15 วันเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานครั้งใหญ่ให้กับชีวิตกระผมทีเดียว 

วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2547  แพทย์อนุญาตให้นอนหงายได้และเปิดผ้าปิดตาออก   ตาข้างขวาของกระผมเริ่มเห็นคนที่อยู่ใกล้ๆ เป็นเงารางๆ 
ภาพที่เห็นเหมือนกับการมองเห็นของคนตาดีในยามกลางคืนที่อยู่ในที่มืดสนิทก็คือ เห็นเป็นเพียงเงารางๆเท่านั้น ซึ่งสร้างความดีใจให้กับทุกคนยกใหญ่ ส่วนตัวของกระผมเองนั้นคงไม่ต้องพูดถึง และดูเหมือนว่านายแพทย์ที่ผ่าตัดท่านก็ดีใจมากเช่นกันเพราะท่านบอกว่า “ฟ้าประทานความอัศจรรย์มาให้”

และนี่คือเรื่องจริง...ท่านเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542... 
หลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย
ต้องต่อสู้กับภัยที่มาถึง จากปลายปากกาของนักข่าว

ขอยกย่องชื่นชมนักข่าวท่านนี้ที่กล้าเปิดเผยความจริง
แม้ดวงตาของเขาจะมองเห็นภาพอันเลือนลางแต่ในใจของเขากลับสว่างไสว...เพราะไม่ปิดบังบิดเบือนความดีจริงของผู้กระทำความดี
แม้ไม่ทราบว่าสำนักข่าวที่กล่าวคือสื่อไหน
หรือไม่รู้ว่านักข่าวท่านนี้คือใคร..???
แต่อยากให้รู้ว่า การทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีครั้งนี้
จะส่งผลให้เขามีความปลอดภัยในชีวิต

ได้เปิดเผยความจริง และเสนอข่าวที่ไม่ใส่ร้าย บิดเบือน
ไม่เขียนข่าวสร้างกระแสความร้ายให้ใคร...
โดยเฉพาะพระผู้มีพรรษา ที่ทุ่มเทกับงานพระพุทธศาสนา
มาตลอดระยะเวลา 40 กว่าปี



 ขณะนี้ ปีพ.ศ.2559...ที่วัดพระธรรมกาย
กำลังถูกโจมตีอีกครั้ง จากคดีที่หลวงพ่อธัมมชโย
การต่อสู้เพื่อความดี เพื่อความจริงกลับมาอีกครั้ง
แล้วคุณ...จะเลือกเชื่อสิ่งใด???

2+2 = 5??? คุณเชื่อไหม???

เชื่อในสิ่งที่คนอื่นนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ด้วยอักษรไม่กี่คำ
ที่ทำลายความดีผู้อื่น
หรือเชื่อในความจริง!!!

Cr.Angkanarak
Share:

17 ความคิดเห็น:

  1. #พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านบริสุทธิ์ค่ะ

    ตอบลบ
  2. #พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านบริสุทธิ์ค่ะ

    ตอบลบ
  3. ความจริงคือหลวงพ่อเป็นพระที่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบทำแต่ความดีหวังให้ทุกคนพ้นทุกข์มีความสุข ขยายพระพุทธศาสนาไปทั่วโลกหวังให้มนษย์ชาติได้พบควาสุขอันแท้จริง ท่านทำงานพระศาสนาอย่างจริงใจ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณความเสียสละของทุกคน เพื่อที่จะทำให้ความจริงกระจ่างชัดขึ้นครับ

    ตอบลบ
  5. แม้ตาบอดแต่ใจไม่บอด ย่อมดีกว่าคนใจบอด เพราะต่อไปตาอาจบอดได้จริงเพราะความใจบอดทำให้ตาบอดมองไม่เห็นสิ่งดีๆที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านทำมาตลอดชีวิตของท่าน ดังนั้นก็ไม่สมควรได้ใช้ตามองอะไรอีก

    ตอบลบ
  6. อาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่เสี่ยงอบายที่สุด ถ้าเลือกเงินนำทาง เพื่อชี้เป็นชี้ตายคน วันนี้มีนักข่าวขายอาชีพขายจรรยาบรรณทำตัวเป็นผู้พิพากษาชี้นำสังคม โดยเฉพาะทำลายพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บริสุทธิ์
    เป็นวิบากกรรมที่ไม่มีประมาณ รวมพวกขุนพลอยพยักไม่รู้เหนือรู้ใต้ทั้วด่าทั้งไลค์ทั้งแชร์..ได้ไปที่ชอบแบบยกกำลังคูนแน่นอน

    ตอบลบ
  7. อาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่เสี่ยงอบายที่สุด ถ้าเลือกเงินนำทาง เพื่อชี้เป็นชี้ตายคน วันนี้มีนักข่าวขายอาชีพขายจรรยาบรรณทำตัวเป็นผู้พิพากษาชี้นำสังคม โดยเฉพาะทำลายพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บริสุทธิ์
    เป็นวิบากกรรมที่ไม่มีประมาณ รวมพวกขุนพลอยพยักไม่รู้เหนือรู้ใต้ทั้วด่าทั้งไลค์ทั้งแชร์..ได้ไปที่ชอบแบบยกกำลังคูนแน่นอน

    ตอบลบ
  8. ขอธรรมะจงคุ้มครองพระพ่อ..และผู้ประพฤติธรรมทั้งหลาย..

    ตอบลบ
  9. หลวงพ่อท่านบริสุทธิ์สร้างความดีมาตลอดชีวิต

    ตอบลบ
  10. สาธุค่ะกับประสบการณ์ชีวิตที่สอดแทรกในการให้สติกับผู้ที่กำลังจะหลงผิดหรือกระทำผิดไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สายที่จะกลับตัวกลับใจมาสร้างสรรค์แต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง ความโลภ หลง มันไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมาได้เลยนอกจากบาปติดตามตัวไป น่ากลัวมากๆ

    ตอบลบ
  11. ความจริงคือความจริง พวกเราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเจ้าค่ะ ยังไงธรรมะย่อมชนะอธรรมอยู่แล้ว

    ตอบลบ
  12. ความจริงคือความจริง พวกเราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเจ้าค่ะ ยังไงธรรมะย่อมชนะอธรรมอยู่แล้ว

    ตอบลบ

กฎแห่งกรรม

คติประจำ Blog

  1. ทำดีย่อมได้ดี.
  2. ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
  3. ปลูกถั่วได้กินถั่ว..ปลูกงาได้กินงา

เกี่ยวกับผู้เขียน

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้
มีลมหายใจไว้ทำดี
มีมือไว้สร้างสรรค์งานเขียน
มีหัวใจไว้ชี้แจงความจริง
ในนามว่า
"อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม"

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สำหรับผู้เข้ามาอ่าน
กรุณาวางอคติเสียก่อน ทำใจสบายๆ เพราะนี่คืองานเขียนอิสระ
สำหรับผู้ชม
หากผ่านมาได้อ่านก็หวังว่าจะได้แง่คิดดีๆ กลับไป คนเราอายุไม่ยาวถึงร้อยปี จะเก็บความโกรธเกลียดกันไว้ทำไม ถ้าคิดว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต คงไม่มีเวลามานั่งจับผิดใคร