Internal ADS Below Title (yes/no)

PageNavi Results No.

เผยความจริงจากนักข่าว...ถึงพระธัมมชโย!!!???

ความจริงวันนี้!!
ขอนำเสนอเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นกับนักข่าวท่านหนึ่ง
ทางเลือกของเขาคือ เขียนความจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย
หรือทางตรงข้าม!!!????
เขาจะเลือกสิ่งไหนเพื่อหนทางอยู่รอดของเขา??

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่เคารพอย่างสูง

กระผม...ไม่ประสงค์จะเปิดเผยนาม... 
แต่ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว มีคำตอบให้แก่ตัวเองว่า 
กรณีศึกษาของกระผมน่าจะเป็นประโยชน์แก่สังคม
ของคนหมู่มากในยุคปัจจุบันนี้อยู่บ้าง  

กระผมเคยเป็นคอลัมน์นิสต์ตัวเล็กๆ 
ที่หนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง    
ซึ่งในขณะนั้นมีกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย 3 ท่าน 
เป็นกัลยาณมิตรให้กับกระผม  

ในช่วงที่วัดพระธรรมกายประสบปัญหาวิกฤติอย่างหนัก 
ากการโดนสื่อมวลชนกลุ่มใหญ่รุมเล่นงาน 
โดยทำตัวเป็นตุลาการพิพากษาให้กับสังคมรับรู้เรื่องราว
ของวัดพระธรรมกาย เป็นรายวัน  
กระผมเฝ้ามองสถานการณ์ตอนนั้นอย่างเกาะติด 
และพบว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งๆที่เมืองไทยเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา  
กระผมจึงได้เปิดคอลัมน์ที่หนังสือพิมพ์เล็กๆ ฉบับที่กระผมทำงานอยู่ 
โดยมีจุดมุ่งหมายเพียงแค่ให้สังคมเกิดหูตาสว่าง และเปิดกว้าง  
ไม่ให้หลงเชื่อตามกระแสข่าวที่สื่อมวลชนสร้างกันขึ้นมา
อย่างเป็นขบวนการ    

ในช่วงนั้น กระผมได้รับกำลังใจจาก พระเดชพระคุณพระธรรม
ราชานุวัติ (หลวงเตี่ย) ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่ครอบครัวของกระผม
นับถืออย่างสูงสุดมานาน..    

 หลวงเตี่ยเคยพูดกับกระผมว่า 
“แกเดินมาถูกทางแล้ว วันนี้สังคมไทยถูกเมฆหมอกปิดบังหูตา ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าความจริงจะปรากฏ ..ขอให้ความจริงมาเยือนเถอะและจงสู้ต่อไป!!!” 
 การลุกขึ้นสู้กับสื่อมวลชนทั้งหลายของกระผมมีผลตามมาก็คือ..
ได้ทั้งก้อนอิฐและดอกไม้  มีจดหมายหลั่งไหลไปกองอยู่ที่โต๊ะทำงานเป็นภูเขาเลากา คำชมก็มาก  คำสาปแช่งก็เยอะ  ระหว่างที่ผมทำงานที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้น 

ในช่วงหลังๆมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นคือ..!!! 
กระผมถูกอิทธิพลจากผู้บริหารงานระดับสูง มาบีบบังคับให้เขียนกลับคำ ร้อยแปดสิบองศาแบบชนิดที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังเท้าทีเดียว 
เพื่อนคอลัมน์นิสต์บางคนยอมทำตามคำสั่งเพื่อความอยู่รอด!!! 
แต่กระผมไม่ยอม กระผมมักคิดถึงคำพูดของหลวงเตี่ยเสมอ 
กระผมมีความสำนึกอยู่ลึกๆว่า  
ทุกอย่างเรารู้ประจักษ์ใจดีอยู่แล้ว การเขียนด้วยมือแล้วจะให้เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น กระผมทำไม่ลง 
กระผมฝืนใจอยู่ต่อไปอีกไม่ได้จึงลาออกแล้วไปทำงานกับหนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่ง... 

ในช่วงที่กระผมลาออกจากหนังสือพิมพ์เดิมนั้น ได้มีคนบางคนใช้คอลัมน์เก่าของผม และนามปากกาเดียวกับผม ไปเขียนว่าวัดพระธรรมกาย  โดยการดัดแปลงสำนวนลีลาการเขียน ให้เหมือนกับกระผม 

ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้นครั้งนั้นทำให้ กัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย เข้าใจผิดอย่างมาก นอกจากนั้น ยังทำให้กระผม 
ต้องกลายเป็นคนอกตัญญูของพระผู้ใหญ่หลายท่าน 
แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็ยังโชคดีที่มีพี่กัลยาณมิตรทั้ง 3 ท่าน
คอยให้กำลังใจและให้ความเข้าใจอยู่เสมอ..

ในขณะที่ผมทำงานอยู่กับหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่   
ในคืนวันที่ 6 เข้าวันที่ 7 ตุลาคม  พ.ศ.2547  
ระหว่างขับรถจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน 
กระผมอ่อนเพลียจากการทำงานมาก  จึงหลับใน..

ขณะขับรถ ได้ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง!!!
จนรถพังยับเยินทั้งคัน  ทำให้ข้อมือซ้ายหัก   
กะโหลกระหว่างตาซ้ายและตาขวาร้าว และที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นคือ ต้องสูญเสียดวงตาทั้ง 2 ข้าง  เหตุเกิดที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ใกล้สถานีตำรวจเตาปูน  มีผู้นำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 

ผมมารู้สึกตัวตอนประมาณ 6.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม ญาติและเพื่อน ๆ ของผมได้ทราบเรื่องก็เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเวลา 7.00 น. เมื่อถึงเวลา 9.00 น. แพทย์ได้เริ่มให้การรักษาโดยนำเอาดวงตาทั้ง 2 ข้าง ที่ห้อยออกมาเป็นลูกปิงปองอยู่นอกเบ้าตากลับเข้าที่  

ได้มีการวางยาสลบและเย็บแผลที่ตาหลายชั้นกระผมมาฟื้นอีกครั้งในช่วงเย็น ระหว่างนั้นแพทย์ได้แจ้งให้ญาติทราบว่า  ตาทั้ง 2 ข้างได้รับผลกระทบจากการกระแทกและถูกกระจกบาดอย่างรุนแรง หมดโอกาสที่จะมองเห็นอีกต่อไป  พ่อแม่ญาติพี่น้องต่างสิ้นหวัง มีเพื่อนของกระผมคนหนึ่ง ....
ได้ติดต่อไปทางแพทย์ผู้ใหญ่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้ผมได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุโดยตรง พอรุ่งขึ้นวันที่ 8 ตุลาคม กระผมได้ถูกส่งตัวไปที่ตึกกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลศิริราช  และอยู่ในการดูแลของ อาจารย์นายแพทย์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ในระหว่างนั้นมีการหยอดยารักษาอาการอักเสบทั้ง 2 ข้าง  ทุกๆ 1 ชั่วโมง  มีการทดสอบสายตาและจอประสาทตารวมทั้งเลนส์ตาอยู่เป็นระยะๆ แพทย์ให้ความหวังว่า.. 

สิ่งที่คณะแพทย์ทำได้ดีที่สุดคือ พยายามรักษาสภาพตาไม่ให้มีการเหลือกหลนออกมาจนน่าเกลียด การรักษาเพื่อให้มีโอกาสมองเห็นนั้นค่อนข้างจะเลือนราง   นอกจากจะมีปาฏิหาริย์มาช่วยเท่านั้น  กระผมเรียนหมอไปว่าพร้อมที่จะอุทิศตัวเอง เพื่อความก้าวหน้าให้กับวิทยาการด้านนี้  

แต่หมอก็แย้งว่า “การที่แพทย์จะทำอะไรลงไปต้องหวังผล และไม่คิดจะนำคนไข้ไปเป็นหนูทดลองยา” แต่กระผมก็ตอบหมอไปว่า “ถึงแม้ปล่อยไว้อย่างนี้ชีวิตก็ตกอยู่ในความมืดไม่มีประโยชน์อะไร สู้ให้แพทย์ทดลองเสี่ยงผ่าตัดดูก็คงพอมีหวังอยู่บ้าง   ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จก็ถือว่า ไม่มีอะไรจะขาดทุนอีกต่อไปแล้ว”

วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2547  แพทย์ทนลูกตื้อของกระผมไม่ไหวจึงได้ทำการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด ผมนึกถึง  คุณพระพุทธเจ้าตามที่พระแนะนำ  

 ช่วงสำคัญคือ ตอนที่วิสัญญีแพทย์ทำการวางยาสลบ ..  
จิตใจของกระผมได้สัมผัสกับหลวงปู่ (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) ท่านมาปรากฏให้เห็นในรูปของรูปหล่อทองคำองค์ใหญ่ซึ่งเป็นองค์เดียว กับองค์ที่ประดิษฐานไว้ที่ห้องปัญญา 
จากนั้นรูปหล่อทองคำของหลวงปู่ก็กระจายออกเป็นองค์เล็กๆ ดูระยิบระยับไปหมดแล้วก็หายไป พร้อมกับการเข้าสู่ภวังค์โดยไม่รู้สึกตัวของกระผมในเวลาต่อมา  

หลังการผ่าตัด กระผมต้องนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนวงเดือนตลอด 24 ชั่วโมง  เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์  นับตั้งแต่กระผมเกิดมาการนอนคว่ำหน้าเป็นเวลานานถึง 14 -15 วันเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานครั้งใหญ่ให้กับชีวิตกระผมทีเดียว 

วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2547  แพทย์อนุญาตให้นอนหงายได้และเปิดผ้าปิดตาออก   ตาข้างขวาของกระผมเริ่มเห็นคนที่อยู่ใกล้ๆ เป็นเงารางๆ 
ภาพที่เห็นเหมือนกับการมองเห็นของคนตาดีในยามกลางคืนที่อยู่ในที่มืดสนิทก็คือ เห็นเป็นเพียงเงารางๆเท่านั้น ซึ่งสร้างความดีใจให้กับทุกคนยกใหญ่ ส่วนตัวของกระผมเองนั้นคงไม่ต้องพูดถึง และดูเหมือนว่านายแพทย์ที่ผ่าตัดท่านก็ดีใจมากเช่นกันเพราะท่านบอกว่า “ฟ้าประทานความอัศจรรย์มาให้”

และนี่คือเรื่องจริง...ท่านเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542... 
หลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย
ต้องต่อสู้กับภัยที่มาถึง จากปลายปากกาของนักข่าว

ขอยกย่องชื่นชมนักข่าวท่านนี้ที่กล้าเปิดเผยความจริง
แม้ดวงตาของเขาจะมองเห็นภาพอันเลือนลางแต่ในใจของเขากลับสว่างไสว...เพราะไม่ปิดบังบิดเบือนความดีจริงของผู้กระทำความดี
แม้ไม่ทราบว่าสำนักข่าวที่กล่าวคือสื่อไหน
หรือไม่รู้ว่านักข่าวท่านนี้คือใคร..???
แต่อยากให้รู้ว่า การทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีครั้งนี้
จะส่งผลให้เขามีความปลอดภัยในชีวิต

ได้เปิดเผยความจริง และเสนอข่าวที่ไม่ใส่ร้าย บิดเบือน
ไม่เขียนข่าวสร้างกระแสความร้ายให้ใคร...
โดยเฉพาะพระผู้มีพรรษา ที่ทุ่มเทกับงานพระพุทธศาสนา
มาตลอดระยะเวลา 40 กว่าปี



 ขณะนี้ ปีพ.ศ.2559...ที่วัดพระธรรมกาย
กำลังถูกโจมตีอีกครั้ง จากคดีที่หลวงพ่อธัมมชโย
การต่อสู้เพื่อความดี เพื่อความจริงกลับมาอีกครั้ง
แล้วคุณ...จะเลือกเชื่อสิ่งใด???

2+2 = 5??? คุณเชื่อไหม???

เชื่อในสิ่งที่คนอื่นนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ด้วยอักษรไม่กี่คำ
ที่ทำลายความดีผู้อื่น
หรือเชื่อในความจริง!!!

Cr.Angkanarak
เผยความจริงจากนักข่าว...ถึงพระธัมมชโย!!!??? เผยความจริงจากนักข่าว...ถึงพระธัมมชโย!!!??? Reviewed by อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม on พฤษภาคม 24, 2559 Rating: 5

17 ความคิดเห็น:

  1. #พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านบริสุทธิ์ค่ะ

    ตอบลบ
  2. #พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านบริสุทธิ์ค่ะ

    ตอบลบ
  3. ความจริงคือหลวงพ่อเป็นพระที่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบทำแต่ความดีหวังให้ทุกคนพ้นทุกข์มีความสุข ขยายพระพุทธศาสนาไปทั่วโลกหวังให้มนษย์ชาติได้พบควาสุขอันแท้จริง ท่านทำงานพระศาสนาอย่างจริงใจ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณความเสียสละของทุกคน เพื่อที่จะทำให้ความจริงกระจ่างชัดขึ้นครับ

    ตอบลบ
  5. แม้ตาบอดแต่ใจไม่บอด ย่อมดีกว่าคนใจบอด เพราะต่อไปตาอาจบอดได้จริงเพราะความใจบอดทำให้ตาบอดมองไม่เห็นสิ่งดีๆที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านทำมาตลอดชีวิตของท่าน ดังนั้นก็ไม่สมควรได้ใช้ตามองอะไรอีก

    ตอบลบ
  6. อาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่เสี่ยงอบายที่สุด ถ้าเลือกเงินนำทาง เพื่อชี้เป็นชี้ตายคน วันนี้มีนักข่าวขายอาชีพขายจรรยาบรรณทำตัวเป็นผู้พิพากษาชี้นำสังคม โดยเฉพาะทำลายพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บริสุทธิ์
    เป็นวิบากกรรมที่ไม่มีประมาณ รวมพวกขุนพลอยพยักไม่รู้เหนือรู้ใต้ทั้วด่าทั้งไลค์ทั้งแชร์..ได้ไปที่ชอบแบบยกกำลังคูนแน่นอน

    ตอบลบ
  7. อาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่เสี่ยงอบายที่สุด ถ้าเลือกเงินนำทาง เพื่อชี้เป็นชี้ตายคน วันนี้มีนักข่าวขายอาชีพขายจรรยาบรรณทำตัวเป็นผู้พิพากษาชี้นำสังคม โดยเฉพาะทำลายพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บริสุทธิ์
    เป็นวิบากกรรมที่ไม่มีประมาณ รวมพวกขุนพลอยพยักไม่รู้เหนือรู้ใต้ทั้วด่าทั้งไลค์ทั้งแชร์..ได้ไปที่ชอบแบบยกกำลังคูนแน่นอน

    ตอบลบ
  8. ขอธรรมะจงคุ้มครองพระพ่อ..และผู้ประพฤติธรรมทั้งหลาย..

    ตอบลบ
  9. หลวงพ่อท่านบริสุทธิ์สร้างความดีมาตลอดชีวิต

    ตอบลบ
  10. สาธุค่ะกับประสบการณ์ชีวิตที่สอดแทรกในการให้สติกับผู้ที่กำลังจะหลงผิดหรือกระทำผิดไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สายที่จะกลับตัวกลับใจมาสร้างสรรค์แต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง ความโลภ หลง มันไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมาได้เลยนอกจากบาปติดตามตัวไป น่ากลัวมากๆ

    ตอบลบ
  11. ความจริงคือความจริง พวกเราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเจ้าค่ะ ยังไงธรรมะย่อมชนะอธรรมอยู่แล้ว

    ตอบลบ
  12. ความจริงคือความจริง พวกเราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเจ้าค่ะ ยังไงธรรมะย่อมชนะอธรรมอยู่แล้ว

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.