Archive for ตุลาคม 2016


สวัสดีวันฮาโลวีนค่ะ!!!
หลายท่านรู้จักว่าวันนี้เป็นวันเทศกาลหนึ่ง
ของชาวต่างชาติ
เขามีประเพณีด้วยนะ ไปอ่านข้อมูลกันก่อนเล้ย!!!

การเล่น Trick or Treat  

          สำหรับประเพณี ทริค ออ ทรีท (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นวัน "All Souls" พวกเขาจะเดินร้องขอ "ขนมสำหรับวิญญาณ" (soul cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น 

          ประเพณีทริค ออ ทรีท ในสหรัฐอเมริกา คือ การละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็ก ๆ เฝ้ารอคอยในวันฮาโลวีน ตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทอง และตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาว เหลือง ส้ม ในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่น ๆ ไว้เตรียมคอยท่า 

          ส่วนเด็ก ๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซี เป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา) พร้อมกับถามว่า "Trick or treat ?" เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะตอบ treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูตผี (เด็ก) เหล่านั้น ราวกับว่า ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ treat เด็ก ๆ ด้วยขนมในที่สุด 

          ในสมัยโบราณมีการกล่าวขานกันว่าเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ขนมจะแกล้งเจ้าของบ้าน เช่น ใส่ไข่ดิบในตู้จดหมายในคืนเทศกาลฮาโลวีน คนส่วนใหญ่จึงมีขนมและลูกกวาดเตรียมไว้เพื่อจะไม่ต้องโดนผี (เด็ก ๆ) แกล้ง 
          
          และที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลฮาโลวีนเลย คือ การประดับประดาแสงไฟ และการแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เจาะทำตา จมูก และปากที่แสยะยิ้ม เรียกว่า แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)
(ขอบคุณข้อมูล จาก http://hilight.kapook.com/view/30133)



มาถึงเรื่องของบ้านเมืองเรากันบ้าง
เนื่องจากประเพณีนี้มีในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ทำให้นึกถึงเรื่องหนึ่งตอนนี้ คือเรื่องความเดือดร้อน
ของเกษตรกรไทย คือชาวนาทั้งหลาย
ตอนนี้เหมือนตกอยู่ในวิกฤตน่าเห็นใจยิ่ง...


ใครจะคิดว่าราคาข้าวจะตกต่ำเช่นนี้
กว่าจะได้ข้าวออกมาเป็นเมล็ดให้เราทาน
ชาวนาต้องตรากตรำลำบาก
อาบเหงื่อต่างน้ำ ทนสู้แดด สู้ฝน เพื่อผลผลิตที่ดี

แต่แล้วเมื่อต้องนำเมล็ดข้าวไปแลกเป็นเงินจุนเจือ
ผลที่ได้ช่างร้าวรานใจชาวนาเหลือเกิน


ยิ่งกว่าฮาโลวีนเสียอีกนะตอนนี้..
เหมือนโดนหลอก
แต่ไม่ใช่ผีหลอกนะ
อะไรก็ไม่รู้หลอกเหมือนกัน

นี่หรือแผ่นดินทอง ที่ครองด้วยธรรมะ
นี่หรือสัญญาว่าจะทำให้ประเทศร่มเย็น
ประชาชนต้องเดือดร้อน
ข้าวยากหมากแพง
(ไม่สิ!!ข้าวไม่แพงแล้ว)
เปลี่ยนเป็น อย่างอื่นแพงกว่าข้าว!!!
ขอร้องเถิด...ท่านผู้มีอำนาจ

เสียงหนึ่งจากชาวนาตาดำๆ แล้วฉันจะกินอะไร
เงินที่ได้กับครอบครัวไม่เพียงพอ
ขอเป็นกำลังใจให้ชาวนาไทยสู้ด้วยความดี
อย่าเพิ่งท้อใจ
สวดมนต์ภาวนา แผ่เมตตา
ขอให้ฟ้ามีตาสวรรค์มีใจ
มอบสิ่งที่ถูกต้องและความเป็นธรรมให้แผ่นดินไทยด้วย

Cr.ชาวไทยตาดำๆ ใจไม่ดำ


ตำนานวันฮาโลวีนกับชาวนาไทย...ผีหลอกดีกว่า จุดๆๆ หลอก



เงียบมานาน..
เหมือนโดนเบี่ยงกระแสเลย
คดีฆาตกรรมนายธวัชชัย
มีใครอยู่เบื้องหลังที่เปิดเผยไม่ได้หรือไม่!?

ล่าสุดวานนี้
28 ตุลาคม 2559 
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งเรื่องมานั้น ในท้ายสำนวนมีการสรุปความเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย เชื่อว่ามีผู้ทำให้ถึงแก่ความตาย ไม่ใช่เป็นการผูกคอตายเอง เนื่องจากการช่วยชีวิตโดยการปั๊มหัวใจไม่สามารถทำให้ตับแตกได้....
(http://www.dailynews.co.th/crime/532886)

แต่ก็ยังไร้วี่แววว่าตับที่แตกนั้นหนอใครทำ!??



ดีเอสอายไม่ตอบคำถามตรงนี้
ทั้งที่ผู้ตาย ก็ตายในห้องขัง
ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ตายเองโดยธรรมชาติ
นี่มันฆาตกรรมอำพราง ลับ ลวง ตับแตก
สงสารวิญญาณของนายธวัชชัยจริงๆ
ความยุติธรรมในโลกนี้ยังมีหรือไม่!
คงต้องรอให้กฎแห่งกรรมช่วยตัดสินใจแล้วล่ะ

สุดค้างคาใจ ความลับในดีเอสอายใครทำ!?

ต้นไม้ที่หยัดยืน..ใบไม้เต็มต้น
กิ่งก้านสาขาแผ่กิ่งใบ
เราล้วนเช่นใบไม้แต่ละใบ..ไม่นานก็ต้องร่วงสู่ดิน


ขอบคุณที่คอยติดตามอ่าน Blog นี้นะคะ
เขียนมาหลากหลายเรื่องราว
ซึ่งเขียนจากความสัจจริง จากใจ...
ผู้เขียนเองก็ได้ยินมาว่ามีบางท่านติดตามอ่านผลงาน

ต้องขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ
สาเหตุหนึ่งที่ความถี่ในการเขียนลดลง..
ก็คือการจากลาไกลของบุคคลอันเป็นที่รักยิ่ง
เธอเป็นผู้ให้กำเนิดของข้าพเจ้าเอง

ปี 2559 นี้..จะเป็นปีที่ไม่มีวันลืม
เป็นปีแห่งการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตข้าพเจ้า
รวมทั้งของประเทศไทยของเราอีกด้วย



"นิทานจริงใจเรื่องเด็กน้อยกับต้นไม้แสนรัก"
โดยอังคณารักษ์ 

กาลครั้งหนึ่งไม่นาน เด็กน้อยคนหนึ่งเติบโตและอาศัย
วิ่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านของเธอทุกวัน
ตราบเท่าที่เธอเติบโตมา ต้นไม้นี้คอยให้ร่มเงาแก่เธอ

เมื่อเธอโตขึ้น..นับวันก็ยิ่งต้องจากไกลจากต้นไม้นี้
แต่ทุกครั้งที่กลับมาพักพิง แสนอุ่นใจ
และแล้ววันคืนที่ไม่คาดฝัน เมื่อใบไม้ร่วงหล่นลง
ใบแล้วใบเล่า โดยที่ไม่รู้ตัว ไม่เคยคิด

ใช่สิ! ใครจะไปคิดว่าต้นไม้จะตายง่ายๆ เล่า
เมื่อวันไม่คาดฝันมาถึง ความเสียใจสุดจะบรรยาย
ทำไมเราไม่ได้เคียงข้างต้นไม้จนวันตาย
ทำไม...

ในที่สุดต้นไม้ต้นนั้นผลิใบ เด็กหญิงนำเมล็ดสุดท้าย
ไปปลูกเพื่อขยายพันธุ์ เกิดเป็นต้นไม้ต้นใหม่
แต่ไม่มีต้นไหนจะแทนที่ต้นเดิมได้
อย่างน้อย เธอก็ได้ดูแลต้นกล้าของต้นเดิมด้วยใจ

ชีวิตคนเราก็เช่นกัน...
ไม่นานก็ต้องร่วงสู่ดิน..
การจากลาเป็นเรื่องจริง ที่ทุกคนต้องเผชิญ
แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง

คุณจึงจะเข้าใจความหมายของคำว่า "จงเข้มแข็ง"
เราจะเข้าใจความหมายก็ต่อเมื่อเราเคยอ่อนแอที่สุด

เผชิญหน้ากับความจริง
เข้าใจสัจธรรมทุกอย่าง
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกฎแห่งธรรมชาติ
หรือเรียกว่า "กฎแห่งกรรม"

ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจก้าวเดินต่อ
ชีวิตนี้มีค่านัก...
ขอให้ต้นไม้ของพ่อหลวงทุกต้นจงเติบโตแผ่กิ่งก้าน
ทุกที่ในแผ่นดินไทย
คิดดี พูดดี และทำความดี ไม่เห็นแก่ตัว
เมื่อถึงเวลาต้นไม้ต้นนี้ต้องกลับคืนสู่ดิน
จงยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นสูงสุดเท่าที่จะทำได้

สยามเมืองยิ้มจงกลับคืนมาโดยเร็วพลันเทอญ.

ด้วยรักจากอังคณารักษ์
26 ตุลาคม 2559
ข้าพเจ้าขออุทิศความดีนี้เพื่อพ่อหลวง
และอุทิศให้คุณแม่สุดที่รักของข้าพเจ้า
รวมทั้งผู้มีพระคุณทุกคน



เมื่อใบไม้ร่วง..."นิทานจริงใจเรื่องเด็กน้อยกับต้นไม้แสนรัก"

ไย..น้ำตาจึงหลั่งไหลคล้ายฝนพรำ
ทั่วแผ่นดินไทยหยาดน้ำตา นี่คือบันทึกจากใจ
คนไทยธรรมดาๆ คนหนึ่ง..ส่งตรงถึงทุกหัวใจไทย





เพลงในหลวงของแผ่นดิน
(ลองหลับตาฟังน้องเขาร้อง..สัมผัสด้วยใจ)







ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2559 จวบจนบัดนี้..
มหาชนในชุดสีดำ..ได้เดินทางมาท้องพิธีสนามหลวง ที่ประทับพระบรมโกศพ่อหลวงอย่างไม่ขาดสาย...

เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งนี้
ไม่เหมือนครั้งที่เคยขับร้องประสานเสียงที่ผ่านมา
แต่เป็นการขับร้องจากใจ ด้วยความซาบซึ้ง
และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
เป็นเสียงร้องเคล้าน้ำตา...

แม้สายฝนหรือพายุจะพัดผ่าน
หรือแสงแดดจะแผดเผาสักเพียงใด
ก็ไม่อาจจะหยุดพลังศรัทธาของมหาชน
ผู้เปี่ยมล้นด้วยความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ผู้ทรงธรรม

ทุกคนที่ไปร่วมสักการะพระบรมโกศของพ่อหลวงในครั้งนี้
ต่างมีความสมัครสมานกลมเกลียวเป็นหนึ่ง
เฉกเช่นบุตรในอุทรเดียวกัน
แผ่นดินนี้..คล้ายร่ำไห้ 
หากไม่ได้มาเกิดในยุคนี้..ก็ยากจะเข้าใจได้
แม่พลอย หญิง 4 แผ่นดิน
แต่พวกเราโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดในยุคของกษัตริย์ผู้ทรงธรรม
แม้พระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย
แต่พระองค์ยังคงประทับอยู่ในดวงใจไทยทั้งผอง..มิอาจลืมเลือน...

เราเหล่าข้าพระบาทจักมุ่งทำความดี
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง
ตราบนานเท่านาน จนกว่าจะหมดลมหายใจ...

ดารานักแสดงผู้มีจิตอาสามาทำความดี สร้างความซึ้งใจให้ประชาชนชาวไทย

สุดซึ้ง!!! น้ำตาไทยไหลหลั่งทั่วปฐพี

ชาวไทยทุกคนควรรู้
ว่าพ่อหลวงของแผ่นดินไทยทรงตรัสไว้
เกี่ยวกับความหมายของชาวพุทธที่แท้จริง 
ต้องเป็นอย่างไร?



ชาวพุทธที่แท้ 
ชาวพุทธที่แท้เป็นผู้คิดชอบ ปฏิบัติชอบเป็นอยู่อย่างปกติ อยู่ ณ ที่ใดก็ทำให้ที่นั้นสงบร่มเย็น มีแต่ความปรองดองและสร้างสรรค์

จึงเป็นที่โชคดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเรา
มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ 

ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกัน
ด้วยความสุข มีความรักความปรารถนาดีต่อกัน 
มีการสงเคราะห์อนุเคราะห์ซึ่งกัน 
และมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี 




การที่ยุวพุทธิกสมาคมได้ตั้งใจพยายาม 
ในอันที่จะปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธ 
ให้หนักแน่นมั่นคงในพระศาสนายิ่งขึ้น 
จึงเป็นสิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์ 
ทั้งแก่การจรรโลงพระพุทธศาสนา 
และแก่ส่วนรวมคือประเทศชาติอันเป็นที่เกิดที่อาศัย” 
พระบรมราโชวาท 
พระราชทานแก่ : ที่ประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๙
๒๖ ธันวาคม ๒๕๓๗


ทรงยอยกพระพุทธศาสนา
ให้เป็นศาสนาประจำชาติไทย
เพื่อความสงบร่มเย็นของชาติไทยตลอดกาล
เราเหล่าพสกนิกร พุทธศาสนิกชน
จักร่วมสานปณิธานของพ่อหลวง
ให้ผืนแผ่นดินไทยร่มเย็นด้วยแสงแห่งธรรม

คำพ่อหลวงตรัสไว้ "ชาวพุทธแท้" ต้องเป็นอย่างไร?


วันที่ชาวไทยจะไม่ลืม..
เหมือนแสงสว่างที่ส่องบนฟ้าได้ดับลง
มืดมิด..ไร้แสง
พ่อหลวงได้สิ้นไปแล้ว
แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในดวงใจไทยทั้งผอง

น้ำตาจะไหลเนืองนองท่วมหน้าเพียงไร
ก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรักความจงภักดีที่มี

ภาพพ่อหลวงฉายซ้ำ..ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ยิ่งตอ
กย้ำพระกรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดินไทย

จักก้มหน้า..ร้องไห้ต่อไปไยไทยทั้งผอง
สิ่งที่เราจะทำได้ตอนนี้คือระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
และน้อมบุญกุศลคุณความดีทั้งปวง
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล



ชักชวนลูกหลานและบุคคลที่ท่านรัก
สวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
อันเป็นเสมือนกงล้อแห่งธรรม
ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสเทศนาแด่ปัจวัคคีย์ทั้ง 5 
เมื่อจบธรรมนี้ พระอัญญาโกณฑัญญะ
ได้พิจารณาไปเป็นลำดับจนได้ดวงตาเห็นธรรม


“สิ่งใดสิ่งหนึ่ง      มีอันเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

            สิ่งทั้งปวงนั้น      มีอันดับไปเป็นธรรมดา” 

อานิสงส์การสวดมนต์นี้..จะได้นึกน้อมถวายพ่อหลวง
เมื่อได้ร่วมใจสวดมนต์เป็นพระราชกุศล
จาก 1 คน เกิดแสงสว่างในใจ..
1 เป็น 100 และ 100 เป็น ล้านแสงสว่าง

มาเถิดพี่น้องชาวไทยผู้รักในชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
เราจะมาแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวง
และความรักในพระพุทธศาสนา
เราโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดแผ่นดินไทย
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง
ด้วยการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลตลอดชีวิต
Cr.Angkanarak

"รวมพลังล้านใจไทย"สวดธัมมจักฯ ถวายเป็นพระราชกุศล


ใครเลย..เกิดมาไร้หน้าที่
เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมตำแหน่ง
ตั้งแต่เกิดมาก็ตำแหน่ง "ลูก" พอโตมา 
ตำแหน่งหน้าที่การงานก็เริ่มมี
แต่มีคนๆ หนึ่ง เกิดมาพร้อมหน้าที่ทั้งประเทศไทย

บุคคลนั้นคือ ในหลวงของปวงชน..
ตลอด 70 ปี การครองราชย์
แผ่นดินไทยทุกหย่อมย่าน ต่างอยากพบเจอ
อยากเห็นบารมีของพระองค์

ทรงเสด็จไปในแผ่นดินธุรกันดานและแห้งแล้ง
ทรงสร้างฝนเทียมเพื่อพสกนิกรที่เดือดร้อน
ทรงประทานพระราชดำรัสเพื่อให้พสกนิกรสามัคคี
และที่สำคัญที่สุด..
ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
ให้เป็นศาสนาประจำชาติไทย



แม้วันนี้ฮีโร่...ของประเทศไทยจะต้องจากไป
แต่สิ่งที่พ่อหลวงได้สอนไว้
ทั้งเศรษฐกิจพอเพียง ..และการทำความดี
ยกย่องเชิดชูพระพุทธศาสนา


เราคนไทยจักไม่ลืมเลือนพระคุณของพระองค์เราจะรักษาแผ่นดินไทยไว้ด้วยเลือดเนื้อเชื้อไขของเราเราจะปกป้องและทำนุบำรุง ยอยกพระพุทธศาสนาให้เป็นศาสนาที่รุ่งเรืองที่สุดในประเทศและในโลกนี้

เพื่อดำรงมโนปณิธานของพ่อหลวง
อยู่แบบพอเพียง พอใจในสิ่งที่มี
และจะไม่เบียดเบียนผู้ไร้ทางสู้
จะไม่ใช้ความรู้ไปในทางที่ผิด
จะไม่ทำดีเอาหน้า..จะมุ่งทำความดี
เฉกเช่นการปิดแผ่นทองหลังองค์พระปฏิมา




ฮีโร่ที่แท้จริง..จะสถิตในใจของชาวไทย
ไปตราบสิ้นลมหายใจ...
จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ 
ว่าเรามีพ่อหลวงที่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
ทำให้แผ่นดินไทยร่มเย็น..
เราจะไม่ยอมให้ผู้คิดร้ายมาทำลายความสามัคคี

ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า Angkanarak ขอเดชะ

The Hero of Thailand!!


โอ้!!! คุณพระช่วย กล้วยปิ้ง นี่หรือความจริงของไทยแลนด์
ครับๆ คุณลุงตู่ ผมก็คนไทยนะครับ

แต่แค่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนตายทั้งคน
จะให้เขาตายฟรีๆ ในคุกหรือไม่
หรือชีวิตคนไม่มีค่าหรือ
เขาก็คนไทยนะครับลุง

ดีนะที่ยังพอมีความยุติธรรมอยู่บ้าง
เมื่อคุณตำรวจหาเบาะแส ชี้ตัวคนผิด
แต่ขอร้องนะครับ ชี้ให้ดีๆ อย่าชี้ไปที่แพะ!!

ได้ข่าวหัวหน้าดีเอสอายออกมากล่าวโทษให้ลูกน้อง
ในฐานะโกหกให้ข้อมูลผิดพลาด

สวรรค์โปรด!!! ป่านฉะนี้วิญญาณของคุณธวัชชัย
จะเป็นเช่นไรครับ
ขออภัยนะครับ คือจะบอกว่า
ความชอบธรรมยังมีอยู่จริงๆใช่ไหมครับ

ผมถามเพราะผมรู้สึกว่ามันชักจะเลือนลางนะจริงไหม?
หรือว่าความชอบธรรมนี้ อาจจะไม่ถูกใจใครบางคน
เลยไม่สามารถให้ความจริงมันกระจ่างแจ้ง


กล้องวงจรปิดหมดอายุ ก็อยากอุทานดังๆ ว่า ชีวิ้ตตตต!!!
แถมถุงเท้ากับบานพับตับแตก ไหงงั้นล่ะพ่อคู้นนนนน!!
เอาล่ะ! ขอให้กำลังใจนะครับ
ญาติๆ คุณธวัชชัย ก็คงต้องสั่งสมบุญแล้วแผ่อุทิศไปเยอะๆ
อย่างน้อยก็สบายใจกว่ามานั่งรอผลว่า ตับแตกได้ยังไง

ขอให้ดวงวิญญาณผู้วายชนม์ไปสู่สุคติ
ไม่นานความจริงกระจ่างแน่นอน!!!

Cr. คนไทยคนหนึ่ง

ปี๊ดดดดด!! หมดเวลาสำหรับดีเอสอายแล้ว



และแล้ว..ก็มาถึงช่วงเวลาที่พวกเรารอคอย
คดีระทึกขวัญ การตายของอดีตนายที่ดิน "นายธวัชชัย"

ในเมื่อท่านอธิบดีดีเอสอาย ออกมายอมรับแล้ว
ว่าพนักงานดีเอสอายโกหก!!??
อย่างนี้ก็มีด้วยหรือ??

แปลกแต่ก็จริง!! นี่แหละประเทศไทย กฎหมายไทย
เรื่องร้ายแรงแค่ไหน คนตายทั้งคน
กล้องวงจรปิดดันหมดอายุซะงั้น!! ใช้งานไม่ได้อีก
ทำไมช่างบังเอิ๊ญบังเอิญ

สรุปแล้วใครล่ะที่ทำให้นายธวัชชัยตับแตก
(คงไม่ใช่เพราะร้อนจนตับแตกหรอกกระมัง)

กรณีที่เป็นไปได้จากสถานการณ์นี้
1. เจ้าหน้าที่ดีเอสอายต้องรับกรรม เป็นผู้ต้องหาทั้งหมด
เรื่องทั้งหมดจบ 

2. จากข้อ1 ถ้าใช่ แล้วควรมีการสอบสวนต่อว่า
เพราะอะไรเจ้าหน้าที่ดีเอสอายต้องโกหก บิดเบือน

เข้ากับสุภาษิตไทยเหลือเกิน 
กินอยู่กับปากแท้ๆ


คนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร
อย่างน้อย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
"แล้วอย่าไว้ใจมนุษย์ เพราะสุดแสนจะปริ้นปร่อน"
คำว่าโกหก หรือบิดเบือน แปลว่า ผิดจากความจริง

ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว
ผิดศีลข้อที่ 4 
อันที่จริงผิดตั้งแต่ข้อ 1 เพราะทำให้ผู้อื่นต้องเสียชีวิต

ก่อนจะโกหกใคร ..คนแรกที่เราต้องโกหกคือ ตัวเราเอง
อย่างนี้ความหวังคดีนายธวัยชัยจะตับแตกตายฟรีไหม
น่าลุ้นจริงๆ

สอบสวนทุกฝ่าย..แล้วจะพบความจริงหรือ?
น่าสงสารผู้รับเคราะห์ จริงๆ เลย
ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
เรารู้อย่างเดียวว่า..คนดีไม่แพ้ภัย
ส่วนคนร้าย..คนคดโกง จะอยู่ได้ไม่นาน

เพราะคนพาลมักแพ้ภัยตัวเอง...
เมื่อความจริงเปิดเผย..วันนั้นความมืดมนจะหายไป


Cr.Angkanarak


คดีตับแตกใครกันแน่คือผู้ร้าย??


โอ้ว้าว!! ลุ้นจริงๆ เลย
ไม่น่าเชื่อว่านั่งดูมวยคู่นี้มา เหมือนจะเดาถูก
ง่ายๆ ขนาดเด็กอนุบาลยังไม่อยากจะเชื่อ
ว่าถุงเท้า+ บานพับ = ตับแตก

คดีนายธวัชชัยที่มีคำถามมากมาย
และโบ้ยไปโบ้ยมาว่าแตกตอนไหน ตับก็อยู่ของตับดีๆ
คุณหมอเขาก็มีศักดิ์ศรี ไม่ยอมเด็ดขาด!!

นั่นสินะ! จะไปโทษคนอื่นให้รับผิดทำไม
ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปด้วยดี
คือรูปการณ์ มันคลุมเครือมากๆ
สุดท้ายก็..ปิงโก




นี่ไง อธิบดี!! ดีเอสอายเขายอมรับแล้วนะ!!
แล้วจะเป็นอย่างไรต่อล่ะทีนี้


ละครน้ำเน่าดีๆ ในทีวี ก็ยังไม่เท่า
ชีวิตจริง ที่ตัวละครต้องตายจริงๆ
ลูกหลานบ้านเขาก็ยังมีคนที่เขารัก
ผู้วายชนม์ นายธวัชชัยก็เป็นเจ้าหน้าที่
เป็นถึงข้าราชการแผ่นดินไทย อายุอานามไม่น้อยเลย

แสดงว่าอย่างน้อยเขาก็คงทำคุณงามความดีไว้บ้าง
ยังไม่ทันได้สืบสวนเลย ก็ตายเสียแล้ว!!

เรื่องนี้หวังว่าทางการจะเร่งรัดจับตัวผู้กระทำผิด
แต่..แต่..แต่...ไม่ง่ายหรอกค่ะท่านผู้ชม!!!
เพราะในหนังแบบนี้ ต้องมีดราม่า
สับขาหลอกให้คนดูงงๆ ว่าเอ้า แล้วใครฆ่าเขาล่ะ
หรือจะเป็นคนนั้นคนนี้

ดูและเดาไม่ยากจริงๆ
อีกไม่นานความจริงจะกระจ่าง
ที่น่าสงสารคือประชาชนไทยตาดำๆ
ที่อาจจะเป็นแพะรับบาปก็เป็นไปได้

สังคมไทยจะเป็นเช่นไร
เมื่อสถานที่ราชการกลายเป็นแหล่งอันตราย
มีการโกหก โป้ปด มดเท็จ เพื่อเอาตัวรอด
อย่างน้อยคนที่รู้ดีคือคนที่สั่งอยู่เบื้องหลัง

การตายของนายธวัชชัยครั้งนี้
จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ ดีเอสอาย
ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!
และแล้วกฎแห่งกรรมใส่ร้ายพระผู้บริสุทธิ์ก็ส่งผล

โอ้ละหนอ...ดีเอสอาย

Cr.Angkanarak



ลุ้นระทึก!!!ศึกดีเอสอายกะคดีตับแตกใครแพ้ชนะ??

- Copyright © ความจริงวันนี้ - Blogger Templates - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -