สิ่งที่ไม่รู้...แต่ต้องรู้ให้ได้ คือเรื่อง กฎแห่งกรรม

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เลิกดราม่า!! สังคมไร้สติ ใช่เหรอธรรมกายผิด!!??? คิดซิ คิดซิ!!

จริงหรือ!!?? ธรรมกายเป็นลัทธิ..สร้างความหลงงมงาย
จริงหรือ..ใครเข้าวัดนี้โดนหลอกหมดตัว
ดราม่าบนสังคมออนไลน์..เชื่อใครดี!!???


เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ ยังมีลมหายใจ...
ใครๆ ก็คิดว่าจะอยู่อีกนานแสนนานเท่าที่จะนานได้
และไม่เคยคิด ว่าสิ่งที่ทำก็แค่สะใจ...ทำไปแบบขาดสติ..ตรึกตรอง
ใส่ร้ายป้ายสี ทำดีไปก็โดนด่า...!!!สังคมยุคนี้...หวังแค่ตนเองสบายใจ??? เลิกดราม่าสัก 5 นาทีได้มั๊ย??? 
  

ที่แชร์ที่ตอบ ..ไม่ทราบว่าใช้อารมณ์หรือเหตุผล
หรือฟังต่อๆมา เขาว่า...วัดพระธรรมกายเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
โดยไม่เคยจะมาเอง ไม่เคยเห็นกับตาเองสักครั้ง!!!!
ไม่รู้จะเอากฎหมายหรืออะไรมาใช้กับวัดวาอารามแล้วกระมัง??
ก็ในเมื่อรู้แก่ใจ ว่าใครผิด ...ใครถูก!!!
ขืนผืนทำคดีธรรมกายต่อไป...คงจะไม่ดี..เลยขอลาออกซะงั้น

ถึงคุณไม่ใช่คนสร้างวัดพระธรรมกาย
ไม่คิดจะสร้าง...เพราะคิดว่าวัดนี้รวย!!!

ใช่แล้ว..วัดนี้รวยจริงๆ รวยคนมีน้ำใจ 
คนที่รักและศรัทธาศาสนาพุทธจริงๆ

คนสร้างวัดมาด้วยน้ำพักน้ำแรง..ทั้งแรงกายแรงใจ
กว่าจะได้พระ-สามเณรมาบวช ..ง่ายไหม???
แล้วจะล้มวัดพระธรรมกายไปเพื่อ!!??

ไม่ชอบวิธีการหรือ!?? แล้วอย่างไร!!?? ไม่ชอบสิ่งนี้ 
ไม่ได้แปลว่าสิ่งนี้ผิดไปซะทุกอย่างนะ..ถูกต้องไหม??
อาคนที่อคติมาตัดสินวัดพระธรรมกาย..ก็มีแต่เรื่องผิดๆสิ


หากไม่ช่วยสร้าง!! แล้วเหตุใดถึงจ้องทำลายวัดพระธรรมกาย!!??


ยอมรับแทนวัดพระธรรมกายเลยว่า ปี 2542 
ยุทธวิธีชี้ความจริงบนโลกข่าวสารของวัดยังน้อยไป
หรือบอกได้ว่าตอบโต้ข่าวไม่ได้เลย..
เพราะทุกทิศทุกทางมุ่งโจมตี
แต่หลังจากปี 2542 วัดพระธรรมกาย
ก็รอดพ้นวิกฤติเพราะความดีจริง
ยิ่งโจมตี ก็ยิ่งโต...
ถ้าคนเข้าวัดพระธรรมกายเพราะหลงงมงาย ..ไร้ปัญญา
ป่านฉะนี้วัดคงล่มจมไปนานแล้ว
ฉะนั้นก่อนจะดราม่าด่าว่าอะไร..
ช่วยใช้สติคิดๆๆ ก่อนจะลงมือด่าหยาบคาย

Cr.Angkanarak
Share:

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

"กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี"...ยุค4Gสงครามล้มพุทธ!! ถึงเวลาปกป้องพระพุทธศาสนาแล้วหรือยัง???

“ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง
 ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง 
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง!!!???"
ศึกยุคไฮเทค ใช้ Hate Speech โจมตีพระศาสนา
 ถึงเวลาปกป้องพระพุทธศาสนาแล้วหรือยัง???


เมื่อยุทธศาสตร์เดิมไม่ work!!!
การรบระหว่างไทยกับพม่าในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น 
ไทยมักจะใช้ยุทธศาสตร์ในการตั้งรับ คือรวมตัวกันอยู่ในเมือง 
เพราะได้พื้นที่ได้เปรียบทางธรรมชาติ นั่นก็คือมีฤดูน้ำหลาก 
หากสามารถป้องกันข้าศึกไม่ให้เข้ามาในเมืองได้ จนถึงฤดูน้ำหลาก ข้าศึกจะยกทัพกลับไปเอง และขณะที่ข้าศึกกำลังยกทัพกลับ 
ไทยก็จะออกจากเมืองรุกไล่ตามตีไป..

เมื่อเป็นแบบนี้ ข้าศึกก็จะต้องทำงานแข่งกับเวลา 
จนเกิดความตึงเครียดขึ้นภายในกองทัพ 
ไทยจึงมีโอกาสชนะมากกว่าแพ้ 
(แต่สมัยเสียกรุงคร้ังที่ 1 พม่าเข้าเมืองได้ก่อนฤดูน้ำหลาก
เพราะกลศึกของพระเจ้าบุเรงนอง) 


กลยุทธน้ำล้อมเมืองของไทยที่เคยใช้ได้ ป้องกันข้าศึก

ในคราวใกล้จะเสียกรุงครั้งที่ 2 คือ พ.ศ. ​2310 
ไทยก็ใช้ยุทธศาสตร์ตั้งรับเหมือนเดิม.. แต่คราวนี้พม่า...
ไม่ยอมให้ปัจจัยทางธรรมชาติมาเป็นอุปสรรค !!!
จึงผูกแพทำเรือและสร้างเกาะประดิษฐ์กันเป็นการใหญ่ 
เมื่อฤดูน้ำหลากมาถึง ทั้งไพร่พล ทั้งช้างม้า สิ่งของ
ก็ขึ้นไปอยู่บนแพบ้าง บนเกาะประดิษฐ์บ้าง !!!

 คราวนี้แรงกดดันมาอยู่ที่ฝ่ายไทย เพราะเตรียมเสบียง
ไว้แค่ฤดูน้ำหลาก จึงเกิดภาวะขาดเสบียง 
เมื่อพ้นฤดูน้ำหลาก การสู้รบก็เปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือดอีกครั้ง 
จนกระทั่งไทยเสียกรุงในที่สุด เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 


หลังจากนั้นประมาณ 7 เดือน พระเจ้าตากสิน
ก็กอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้สำเร็จในวันที่ 6 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ต่อมาก็ย้ายราชธานีไปยังกรุงธนบุรี 
พระองค์จึงมีพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า “พระเจ้ากรุงธนบุรี”

พระราชปณิธาน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อันตัวพ่อชื่อว่าพระยาตากทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา
ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชาแด่พระศาสดาสมณะพระพุทธโคดม
ให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปีสมณะพราหมณ์ชีปฏิบัติให้พอสม
เจริญสมถะวิปัสนาพ่อชื่นชมถวายบังคมรอยพระบาทพระศาสดา
คิดถึงพ่อพ่ออยู่คู่กับเจ้าชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา
พุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตราพระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน
ช่วงนั้น พม่าติดศึกรบกับจีนอยู่ทางทิศเหนือ 
กว่าจะเสร็จศึกก็ถึงปี พ.ศ. 2314 พอเสร็จศึกจีน ก็จัดเตรียมทัพ
เพื่อมาตีกรุงธนบุรีเป็นลำดับต่อไป... 
ซึ่งพม่าก็ใช้ยุทธศาสตร์เดิมเมื่อครั้งสมัยตีกรุงศรีอยุธยา คือแบ่งทัพออกเป็น 2 ทัพใหญ่ 
โดยทัพแรกยกผ่านมาทางเมืองเชียงใหม่ 
ทัพที่สองยกผ่านมาทางด่านพระเจดีย์ 3 องค์ 
(ปัจจุบันต้ังอยู่บริเวณพรมแดนไทย-พม่า 
บริเวณทางตอนเหนือของจังหวัดกาญจนบุรี) 

เพื่อให้ทั้งสองทัพมาจบกันที่กรุงธนบุรี 
แล้วเข้าตีพร้อมกัน แต่ทว่าพม่าเจออุปสรรคทั้ง 2 ทาง...
ทัพแรก พม่ามีภารกิจต้องรวบรวมไพร่พลของคนพื้นเมือง
ในเชียงใหม่เข้ากองทัพด้วย แต่กลับมีเรื่องขัดแย้งกับผู้นำของชาวพื้นเมืองเสียก่อน ผู้นำของชาวพื้นเมืองเชียงใหม่
จึงหันไปพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้ากรุงธนบุรี

 ทัพที่สอง พม่ามีภารกิจต้องรวบรวมไพร่พลของมอญ
เข้ากองทัพเช่นเดียวกัน แต่ก็กลับมีเรื่องขัดแย้งกับผู้นำของมอญ
 จนบานปลายเป็นกบฏมอญ ต้องเสียเวลาในการปราบปรามเป็นการใหญ่ มอญสู้ไม่ได้ก็หนีเข้ามายังฝั่งไทย 
พระเจ้ากรุงธนบุรีเห็นโอกาสที่จะเพิ่มไพร่พล จึงส่งนายทหารไปต้อนรับครอบครัวชาวมอญ เพื่อให้มาร่วมกันทำศึกกับพม่า
 ศึกคราวนี้ พระเจ้ากรุงธนบุรีทราบว่า จะใช้ยุทธศาสตร์ตั้งรับ
อย่างเดิมไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์
นำทัพออกไปต้านศึกที่หัวเมือง เพราะยุทธศาสตร์ของพม่า 
จะได้เปรียบก็ต่อเมื่อทั้งสองทัพมาถึงกรุงธนบุรีพร้อมกันเสียก่อน 
พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงไม่ยอมให้โอกาสนั้นมาถึง
  ขณะนั้นเข้าปี พ.ศ. 2316 ผู้นำของชาวพื้นเมืองเชียงใหม่มาสวามิภักดิ์ด้วยอย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น และพม่าก็ยังติดศึกปราบกบฏมอญอยู่ พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงตัดสินพระทัย
 ส่งทัพไปรบกับพม่าที่เชียงใหม่ก่อนจนได้รับชัยชนะ
กว่าบรรพบุรุษจะรวมแผ่นดินไทย!! ต้องเสียเลือดเนื้อไปเท่าไร
แล้วไย..เราคนไทย ต้องมาทำร้ายวัดวาอารามที่บรรพบุรุษสร้าง
พระพุทธศาสนาจะอยู่ต่อได้อย่างไร เมื่อคนชั่วมุ่งทำลายวัดวาอาราม?

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2317 พม่าปราบกบฏมอญได้สำเร็จ
จนครอบครัวมอญต้องหนีมาฝั่งไทย พม่าจึงส่งทัพหน้า
เข้ามาทางบางแก้ว (อำเภอบางแก้ว จังหวัดราชบุรี)
ด้วยวัตถุประสงค์จะต้อนครอบครัวมอญกลับด้วย
 และจะเข้าตีกรุงธนบุรีด้วย พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงส่งทัพ
ไปรบกับพม่าที่นั่น จนเกิดศึกบางแก้วในประวัติศาสตร์ 
 และพระองค์ก็ได้รับชัยชนะเช่นเดียวกัน

 คราวนี้พม่า ก็พิจารณาว่าหากรบกับไทยจะใช้ยุทธศาสตร์เดียวกับสมัยตีกรุงศรีอยุธยา ปี พ.ศ. 2310 ไม่ได้ผล
จึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์ โดยใช้ยุทธศาสตร์เดียวกับสมัยพระเจ้าบุเรงนอง (พ.ศ. 2106)  
คือยกทัพผ่านตาก สุโขทัย เพื่อมายึดเมืองพิษณุโลก แล้วเอาเมืองพิษณุโลกเป็นฐานทัพเข้าตีกรุงธนบุรีต่อไป
 พระเจ้ากรุงธนบุรี จึงรวบรวมสรรพกำลังทั้งหมด มาป้องกันหัวเมืองพิษณุโลก โดยให้เจ้าพระยาจักรีกับเจ้าพระยาสุรสีห์
 (ซึ่งต่อมาก็คือรัชกาลที่ 1 กับ พระวังหน้า)

 นำทัพป้องกันอยู่ในเมือง ส่วนพระองค์ ก็แบ่งทัพเป็น 5 ทัพ 
วางบนเส้นทางระหว่างกรุงธนบุรีกับพิษณุโลก
 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อส่งกำลังหนุน และควบคุมเสบียงจากกรุงธนบุรีไปยังพิษณุโลก
 แม่ทัพพม่าในตอนนั้นคือ อะแซหวุ่นกี้ บัญชาการรบกับไทย ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ อยู่หลายเพลาก็ไม่อาจหักตีเมืองได้ จนเกิดตำนานอะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวแม่ทัพ คือเจ้าพระยาจักรีในประวัติศาสตร์
 ต่อมา อะแซหวุ่นกี้ ทราบว่า ที่ไทยสามารถรบกับพม่าได้นั้
นอกจากความเก่งกล้าของแม่ทัพฝ่ายไทยแล้ว
 ยังมีกำลังหนุนจากพระเจ้ากรุงธนบุรี ที่คอยส่งทหารกับเสบียงมาให้อยู่ เนื่องจากพม่ามีทหารมากกว่าไทยมาก อะแซหวุ่นกี้
 จึงจัดทัพจำนวนหนึ่ง ไปสกัดไม่ให้ทัพของพระเจ้ากรุงธนบุ
รีส่งทหารและเสบียงมาถึงพิษณุโลกได้
 ยุทธวิธีนี้ ทำให้ทัพไทยในพิษณุโลกขาดเสบียงอย่างหนัก

เจ้าพระยาจักรี พิจารณาแล้วว่าหากรบต่อไป...
ต้องแพ้อะแซหวุ่นกี้แน่นอน จึงตัดสินใจสละเมืองพิษณุโลก
 นำทัพไปตั้งหลักอยู่ที่ทางตะวันออกคือเพชรบูรณ์
 ที่เจ้าพระยาจักรี ต้องสละเมืองก็เพราะรู้ทันยุทธศาสตร์ของอะแซหวุ่นกี้ว่า จะใช้วิธีการเดียวกับพระเจ้าบุเรงนองในอดีต (พ.ศ. 2106) คือให้ทหารไทยรบกับทหารไทยด้วยกันเอง 
จะยอมให้คนชั่วบังคับให้เราฆ่าพี่น้องกันเองอย่างนั้นหรือ!!???

นั่นคือเมื่อจับเชลยศึกได้ ก็จะบังคับให้เชลยศึกเป็นทัพหน้าไปรบกับทัพของพระเจ้ากรุงธนบุรี เพื่อเป็นการรักษาชีวิตทหารและไม่เพิ่มจำนวนไพร่พลให้พม่า จึงตัดสินใจสละเมือง แล้วค่อยไปหาวิธีการแก้ไขอีกที
เมื่ออะแซหวุ่นกี้ ยึดเมืองพิษณุโลกได้สำเร็จแล้ว ก็จัดทัพใหม่ เป็น 4 ทัพ คือทัพหลวง 1 ทัพ และทัพหน้า 3 ทัพ  แล้วส่งทัพหน้าทั้ง 3 ทัพ ล่วงหน้าไปก่อน ทัพหน้าทั้ง 3 ทัพ ก็ตะลุยรบกับทัพไทยที่อยู่ระหว่างก่อนถึงกรุงธนบุรี ทัพไทยก็แตกถอยร่นไปเรื่อยๆ 

ตอนนี้ถือว่าไทยคับขันมาก มีโอกาสสูงที่จะเสียกรุงธนบุรี
 คงเป็นบุญของอาณาจักรไทย ยังไม่ทันที่พม่าจะเข้ากรุงธนบุรี ก็มีคำสั่งจากเมืองหลวงของพม่าให้อะแซหวุ่นกี้ นำทัพกลับด่วน 
ไทยก็เลยรอดพ้นจากการเสียกรุงในครั้งนั้นแบบปาฏิหารย์
 ศึกษาประวัติศาสตร์แล้ว ก็ย้อนกลับมาดูสถานการณ์
ของพระพุทธศาสนาที่กำลังถูกรุกรานขนาดหนักในปัจจุบัน 
หากพุทธบริษัท 4 จะใช้ยุทธศาสตร์ในการตั้งรับในพื้นที่อย่างเดียว เหมือนกรุงศรีอยุธยาตั้งรับศึกพม่าในเมือง คงไม่ได้เสียแล้ว
 ต้องทำอะไรมากกว่านั้น
 ผู้รุกราน ในยุคนี้ไม่ได้จับศาสตราวุธมาฟาดฟันเหมือนในอดีต แต่ใช้ข้อมูลข่าวสารมาโจมตีให้ประชาชนเข้าใจผิด แล้วใช้ประชาชนผู้เข้าใจผิดมาเป็นพวกเพื่อช่วยกันโจมตีพระพุทธศาสนาอีกแรงหนึ่ง
 บุคคลในภาพข้างบน!! ยังมีหัวใจหรือไม่???
 เขาใช่ชาวพุทธแท้ๆ ไหม??
ทำไมไม่เกรงใจพระสงฆ์เลย???
บุคคลด้านล่าง..เขายังมีหัวใจเป็นพระหรือไม่??? 
สมควรไหมที่จะให้เขานำพระสงฆ์ทั้งประเทศ นี่หรือคือการปกป้อง
ใครแน่เกิดมาเพื่อทำลายประเทศ ทำลายพระพุทธศาสนา!!??


 เหมือนยุทธศาสตร์ของพระเจ้าบุเรงนอง (พ.ศ. 2106) ที่ยึดเมืองพิษณุโลกได้แล้ว ก็ใช้กำลังของพิษณุโลกมาช่วยตีกรุงศรีอยุธยา
 (จนเสียกรุงคร้ังที่ 1 ในที่สุด)
 เมื่อเป็นแบบนี้ พุทธบริษัท 4 ก็ต้องปรับยุทธศาสตร์เหมือนพระเจ้ากรุงธนบุรี ที่นำทัพออกไปต้านศึกยังหัวเมือง
 นั่นคือเมื่อผู้รุกรานใช้ข้อเท็จจริงมาโจมตีพระพุทธศาสนา
ทาง Social Network พุทธบริษัท 4 ก็ต้องใช้ข้อแท้จริง
ไปต้านศึกทาง Social Network เหมือนกัน

 คราวนี้ก็อยู่ที่ปริมาณแล้ว ถ้าพุทธบริษัท 4 ที่ช่วยกัน
นำข้อแท้จริงไปต้านศึกทาง Social Network มีปริมาณมากพอ
 ก็จะชนะศึก เหมือนที่พระเจ้ากรุงธนบุรีชนะศึกเชียงใหม่ กับศึกบางแก้ว
 แต่ถ้าหากปริมาณน้อย ก็จะเหมือนกับศึกพิษณุโลก ที่พม่าจะใช้กำลังที่มากกว่ามาตัดเสบียงของฝ่ายไทยทำให้ฝ่ายไทยตกอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับจนเกือบจะเสียกรุง
 หลายท่านอาจจะคิดว่า ชาวพุทธมีบุญมากอยู่แล้ว
 ยังไงๆ ก็ต้องชนะ เหมือนในอดีตพอเราใกล้จะเสียกรุงธนบุรี
 ก็จะมีเหตุพลิกผันทำให้พม่าต้องถอนกำลังกลับ

 แต่อย่าลืมว่า บุญจะส่งผลเต็มที่ เมื่อเราสู้เต็มที่เท่านั้น!!!!
ถามว่า หากในอดีตพระเจ้ากรุงธนบุรีกับเหล่าแม่ทัพขุนพลทหารกล้าของพระองค์ ไม่สู้รบอย่างสุดกำลัง พม่าก็คงจะยึดกรุงธนบุรีได้ก่อนจะถูกเรียกตัวกลับใช่ไหม???

 เช่นเดียวกัน เหตุการณ์ปาฏิหารย์จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อพุทธบริษัท 4
 ร่วมกันสู้อย่างสุดกำลังเท่านั้น!!!

 จงจำไว้เถิดว่า 
“หากพุทธบริษัท 4 ไม่สู้
 แล้วใครล่ะจะช่วยกอบกู้พระพุทธศาสนา”


สุภคฺโค ภิกฺขุ
18 กรกฎาคม 2559


 ออกมาเถิด!! พี่น้องชาวไทย
เราไม่ได้ปกป้องวัดพระธรรมกาย
แต่เรากำลังปกป้องศักดิ์ศรีของลูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เรากำลังปกป้องกอบกู้เกียรติยศที่ปู่ทวดบรรพชนของเราสร้าง
อย่าให้วัดวาอารามต้องถูกรุกราน
จากบุคคลผู้แอบอ้างว่ารักพระศาสนา
ขจัดคนชั่ว!! ให้รู้ว่า ยุค 4G ไทยไม่สิ้นคนดี!!!!
สู้มารรรรรรรรร!!!!!!


Share:

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อย่าพลาด!! สุดยอดดราม่า มหากาพย์ดีเอสไอ 2 มาตรฐาน กลวงยุติธรรม ???

กระแส 2 มาตรฐาน มาแรง !! 

ไม่น่าเชื่อว่านี่!! คือระบบยุติธรรม

ที่เจ้าหน้าที่รัฐพึงปฏิบัติต่อประชาชน!! มาตรฐานอยู่ที่อะไร??

กรณีธรรมกาย ที่ dsi ตัดสินใช้มาตรฐานไหน???



ผู้รับเงินบริจาคสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น 32 ราย ยอดรวมกัน 11,367 ล้าน  DSI มุ่งมั่นจับหลวงพ่อธมฺมชโย  ข้อหาฟอกเงินและรับของโจร 932 ล้าน เพียงรายเดียว 
ทั้งที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ตั้งกองทุนเยียวยาวช่วยเหลือสหกรณ์จนครบจำนวน  และสหกรณ์ฯ ก็ถอนฟ้องแล้ว  
แต่ผู้รับบริจาครายอื่น ที่รับเงินมากกว่า ยังไม่มีข่าวถูกดำเนินคดี

DSI แจ้งหลวงพ่อธมฺมชโย ต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่ สนง.DSI เท่านั้น หากไม่มาจะออกหมายจับ  
แต่ DSI เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหา นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ถึงในเรือนจำได้ 

  ลูกศิษย์ วธก ปิดถนนในวัดตัวเอง ถูกเอาเรื่อง ฐานขัดขวางเจ้าหน้าที่ 

แต่ พระพุทธะอิสระปิดถนน ยังไม่ถูกจับ

 คดีหลวงพ่อธมฺมชโย อาพาธมารับทราบข้อกล่าวหาไม่ได้  DSI บอกรีบด่วนต้องจัดการ
แต่ นายไพบูลย์ กับ พระพุทธอิสระ เป็นผู้ต้องหาคดี Shut down กรุงเทพฯ เป็นกบฏแผ่นดิน นาน 2 ปีแล้ว ยังไม่ถูกดำเนินคดี

คดีข่มขืนฆ่าครูสาว สะเทือนใจคนทั้งชาติ  สังคมเรียกร้องให้ใช้ ม.44 ประหารชีวิต นายกฯ และ นายไพบูลย์ เห็นว่าไม่ควร เพราะไม่ใช่คดีใหญ่ร้ายแรง 
 แต่คดีหลวงพ่อธมฺมชโย นายไพบูลย์ ขอนายกฯเปิดทางใช้ ม.44 จัดการ

DSI รีบร้อนดำเนินคดีรถเบนซ์เก่า 1 คัน ที่จอดในพิพิธภัณฑ์ของสมเด็จวัดปากน้ำ ว่าที่สมเด็จพระสังฆราช 
 แต่รถหรู กำลังใช้งานจริงบนถนนกว่า 6,000 คัน ยังไม่ตรวจสอบดำเนินคดี 
  พรบ.สงฆ์ มาตรา 7 ปฏิบัติตามโบราณราชประเพณีมานาน ให้ มส.เสนอชื่อพระราชาคณะสมณศักดิ์สูงสุด ขึ้นเป็นสมเด็จสังฆราช โดยส่งชื่อให้นายกฯนำทูลเกล้าเพื่อสถาปนา 
แต่ปัจจุบัน มีผู้ตรวจการแผ่นดินตีความใหม่ ให้นายกฯเริ่มต้นเสนอชื่อ ผู้ที่จะขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช 

  กลุ่มพลังชาวพุทธ & กลุ่มพลังสตรีฯ แจ้งความ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
1. การไปแจ้งความ มีกลุ่มทหาร จนท ปกครองมาช่วยเก็บป้ายไม่ให้ใช้ ถูกห้ามไม่ให้อ่านแถลงการณ์
2. การเดินทางมา มีคนชุดทหารดูแลรักษาความสบ ตรวจบัตร บันทึกเหุการณ์
3. เดินทางกลับ ถูกขอร้องให้งดแถลงข่าว เพราะแจ้งความแล้ว ให้ออกประตูหลัง มี จนท รักษาความปลอดภัย เพราะมีกลุ่มคนมายืนด่าทอ


 แต่ พระพุทธอิสระ แจ้งความ ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายดูหมิ่น ขัดขวาง เจ้าหน้าที่พนักงาน1. การไปแจ้งความ ไม่มีลูกศิษย์ วัดพระธรรมกาย ขัดขวาง 2. เดินทางมาสะดวก ได้รับการต้อนรับดี ไม่มีทหารเข้าร่วม3. เดินทางกลับสะดวก 


 เวิลด์พีซ วัลเลย์ เขาใหญ่ ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ถูกมองว่าอาจบุกรุกป่าสงวน จนท สนธิกำลัง เข้าตรวจค้นอย่างละเอียด 
แต่ก่อสร้างมัสยิดในพื้นที่เขตป่าสงวนภูเก็ต ได้รับอนุญาต ได้รับการสนับสนุน ไม่ถูกตรวจสอบ 

 วัด ปลูกสร้างในเขตป่าสงวน ถูกจับดำเนินคดีทันที ไม่สนเจตนารักษาป่า สร้างคนดีให้สังคม
 
 แต่พระพุทธอิสระ ยอมรับบุกรุกป่า กลายเป็นคนดี เพราะเจตนาปลูกป่าให้ประเทศ

 ประชาชนยากจน เก็บเห็ดในเขตป่ากาฬสิน ขายเลี้ยงชีวิต  ถูกจับติดคุก 15 ปี ข้อหาบุกรุกป่า โค่นไม้สักขาย มีคนช่วยอุททรถึงศาลฎีกา พิสูจน์หลักฐานใหม่ จึงพ้นโทษ 
 แต่อดีตผู้บริหารประเทศ สร้างบ้านในเขตป่าสงวน ไม่ผิด เพราะไม่มีเจตนา คืนที่ดินแล้วจบเรื่อง


อ่านข่าวแล้วเศร้าใจ เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร???



Cr. Wiruttana


 ฉันอยากจะย้ำ!! อีกสักครั้งให้เธอฟังฉัน
อยากจะย้ำให้เธอมั่นใจ
ว่าต่อให้นาน อีกนานสักเท่าไร
เมื่อไร dsi จะจับ 2 คนนี้สักที???!!!
เฮ้อ !!! (แอบถอนหายใจเบาๆ)


Share:

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สลดใจ...พระรุกป่า!! ลุยยึดที่วัดเครือข่ายธรรมกายรุกที่ป่า ทำไมต้องจับพระ???

ข่าวเค้าว่ามา..ว่าพระวัดธรรมกายผิดเต็มๆ รุกที่ป่า 
ป่าเขาลำเนาไพร..ทั่งผืนแผ่นดินไทย 
ธรรมกายผิดตรงไหน!!! ทำไมตำรวจที่ชื่อศรีวราห์ 
ต้องไปทั่วไทยเพื่อจับพระวัดธรรมกาย??? 
ถึงเวลาเปิดเผยความจริงวันนี้!!!


ป่าเขาลำเนาไพร ที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐ
ใต้ผืนป่านั้น..ผู้คน ชาวเขา ชาวดอย..ต่างได้พึ่งพาอาศัยป่านั้น
และดำรงชีวิตของตน ..โดยที่ไม่มีความรู้เรื่องความจริงของชีวิต
ไม่รู้ว่าตนเกิดมาทำไม..ตายแล้วไปไหน..แล้วต้องทำอย่างไร

และแล้ว..สิ่งที่พวกเขารอคอยก็เดินทางมาถึง
พระภิกษุผู้มีใจเมตตา..ข้ามน้ำ ข้ามเขามา..ด้วยความทุลักทุเล
พระมาเพื่อรุกป่า..จริงหรือ???
พระมาเพื่อตัดไม้ไปขายหรือ???
แล้วตำรวจศรีวราห์จะมาลุยจับพระทำไม???

ในเมื่อรัฐ..หาได้ดั้นด้น..มาค้นหาชาวเขาชาวดอยเพื่อบรรเทาทุกข์
ทุกข์กายไม่เท่าไร...ทุกข์ทางใจ..ก็มีพระธรรมคำสอนของพระภิกษุ
ที่คอยสั่งสอนลูกหลานเยาวชน และชาวเขาอย่างพวกเขาให้รู้หลัก

และนี่คือคำตอบที่คุณต้องการ..ว่าทำไมพระจึงต้องรุกป่า!!!
พระ "รุก" ป่า เพราะ "รัก" ป่า . .

รุกป่าในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไป ถากถางป่า โค่นล้มต้นไม้
เพื่อส่วนตน 
แต่ เป็นการ "รุก" เข้าไปในใจของชาวบ้านป่าบ้านดอย

"รุก" เพื่อไปสร้างสัมมาทิฏฐิ ให้แก่ชาวบ้านป่าบ้านดอย

เจดีย์ตระหง่านบนยอดดอยสูง
สร้างศรัทธาที่มั่นคงต่อพระพุทธศาสนา 
พระท่านรุกป่าเพื่อสิ่งนี้..ผิดตรงไหน!!??

พวกคุณๆ รู้ไหมว่า???
กว่าจะเปลี่ยนชาวบ้านป่าบ้านดอยที่นับถือภูติผีหรืออื่นๆ มานับถือศาสนาพุทธ ได้ 1 คน พระอาจารย์เหล่านี้ต้องฝ่าฟันสิ่งต่างๆ นับไม่ถ้วน 

 พระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย เสียสละเข้าไปสอนศีลธรรม โดยไม่กลัวความทุกข์ยากลำบากใดๆ
นี่!! คือหัวใจอันบริสุทธิ์..แล้วคุณตำรวจจะใช้กฎหมายมาทำลายวัด
ทำลายความศรัทธาของชาวเขาชาวดอย..นี่คือการทำลายหัวใจแห่งขุนเขาอย่างแท้จริง

**คุณตำรวจรู้ไหมว่าพระท่านต้องลำบากแค่ไหน???

ทั้งเส้นทางบนดอยที่ต้องใช้รถโฟร์วิล 4x4 
บ้างก็ไปที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจ ฝ่าฝุ่น ฝน และลมหนาว
 อีกทั้งไข้ป่า บางทีก็ไข้โป้ง ก็มี.....
การที่มีเจ้าหน้าที่มาจัดการกับพระว่ารุกป่านั้น รื้อทำลายศาสนาสถาน ท่านม่แค่ทำลายกำลังใจของพระอาจารย์ดีๆ บนยอดดอย ท่านยังเหยียบย่ำศรัทธาที่ใสสะอาดของชาวบ้านป่าบ้านดอยอีกด้วย 
ขอถวายกำลังใจให้พระอาจารย์บนยอดดอยที่ 
"หอบรักมาห่มป่า หอบผ้าเหลืองมาห่มดอย" ทุกๆ รูป

***************************************************
กำลังนั่งสนทนากับพระภิกษุหนุ่มรูปนี้...
ท่านกำลังครุ่นคิดว่าจะพัฒนาพระพุทธศาสนาในแผ่นดินเกิด
ของตัวเองได้อย่างไร??

ข้อแนะนำ..ที่พูดคุยกับท่านได้ดีที่สุดคือ...

"เราไม่มีทางพบบทสรุปของความคิดตราบใดที่เราไม่ลงมือทำ
แม้จุดหมายของอุดมการณ์จะยิ่งใหญ่หรือสูงส่งแค่ไหน
ถ้าไม่ได้เริ่มลงมือก็ไม่มีความหมาย
แต่ถ้าได้ก้าวเดินเมื่อไหร่...
ระยะทางสู่จุดหมายจะยาวไกลแค่ไหน
ไม่ว่าจะเดินช้าหรือเดินเร็ว..หากไม่หยุดเดินก็ไม่มีวันล้มเหลว"

ณ พื้นที่ตรงนี้ "ดอยแม่หลองหลวง"
ไม่มีใครเหมาะสมดีเท่ากับพระภิกษุหนุ่มรูปนี้อีกแล้ว
บางอย่างเราก็ต้องเชื่อว่า...ช่องว่างของจิกซอร์บางตัว
ถูกกำหนดมาแล้วว่า ต้องเป็นจิกซอร์ตัวนี้
ลักษณะนี้เท่านั้นจึงจะเติมเต็มได้

ตัวจริงก็คือตัวจริง!!!
คุณสมบัติบางอย่างมันแทนกันไม่ได้
ถ้าตัวจริงทำจริง..ความสำเร็จก็เกิดขึ้นจริง
ลุยเถอะน้อง..โลกกำลังผจญความเสื่อมทุกวินาที

ถ้าช้ากว่านี้..ปั้นธุลีให้เป็นโลกมันยากกว่านะ
บางอย่าง"ช้าๆได้พร้าเล่มงาม"
แต่บางยาม"ช้าเสียการณ์นานเสียกิจ"
และที่สำคัญ พร้างามๆ ถ้าทิ้งไว้นานๆ
มันจะกลายเป็นมีดขี้เท่อ..
ถึงตอนนั้นเราคงได้แต่ภาวนา..เสียดายหนอ เสียดายหนอ..

เครดิต : ธมฺมวิชฺโช ตถตา

หมายเหตุ : พระเจดีย์โบราณบ้านแม่หลองหลวง 
เป็นพระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คู่ยอดดอยแห่งนี้ เป็นเจดีย์หินก่อขึ้นเป็นรูปเจดีย์ที่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนสร้าง

ชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่หลองหลวง เล่าให้ฟังว่า ...
ช่วงวันพระจันทร์เต็มดวง จะได้ยินเสียงปี่เสียงกลองที่พระเจดีย์แห่งนี้ ปู่ย่าตายายของชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่หลองหลวงต่างหวงแหนพระเจดีย์นี้ดุจชีวิต 
เฝ้ารักษาพระเจดีย์โบราณ...
เพื่อรอผู้มีบุญมาก่อสร้างวัดและเจดีย์ที่นี้ต่อไป....
Cr.เพจตะวันธรรม

แต่ถ้าหาก...จะหาพระที่ชอบรุกป่า...หาประโยชน์ 
ปากดีและสร้างความเดือดร้อนตัวจริง!!!
ขอให้ท่านดูการกระทำของพระพุทธอิสระนี้

นี่ช่าง!! ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
พระนักเลงอีกรูป อ้างบุกป่าเพื่อปลูกป่า ซื้อที่มายังไม่ทำอะไร
ต่างกับพระวัดเครือข่ายธรรมกาย ท่านสร้างศรัทธาจากชาวเขา
เงินที่สร้างวัดนั้นก็จากศรัทธาแรงกล้า..แล้วไม่ทราบว่า
ตำรวจศรีวราห์ ทำไม๊ ทำไม..ไม่ให้ความยุติธรรมเท่ากันหนอ?

Share:

หยุดด่าพระ!!! กรรมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

บาปกรรมของคนด่าพระ!!!


บทความโดย พระมหาทศพร ปุญฺญงฺกุโร
"อนุตฺตรํ ปุญญฺกเขตฺตํ โลกสฺส"  พระสงฆ์...เป็นเนื้อนาบุญของโลกหล้า ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นยิ่งกว่า..
บุคคลใดใคร่จะสั่งสมบุญปรารถนาความเจริญก้าวหน้าของชีวิต 
พึงเข้าหาพระเข้าหาวัดสั่งสมบุญทั้งการทำทาน 
รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา..

ซึ่งพระภิกษุสงฆ์ได้คำสอนทั้งหมดมาปฏิบัติฝึกฝนตนเอง
จะได้ผลแห่งการปฏิบัติ คือ ความสุขอันเกิดจากธรรมะ 
และถ่ายทอดธรรมะเหล่านี้ไปสู่พุทธศาสนิกชนต่อไป 

ธรรมดาผืนนาย่อมอาจที่จะรองรับทุกสิ่งได้ ..
โดยไม่มีความหวั่นไหวใดๆ แม้จะเป็นสิ่งดีงามหรือสิ่งโสโครกใดๆ หากบุคคลใดตั้งใจสั่งสมบุญผ่านเนื้อนาบุญคือพระสงฆ์นี้
ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ประดุจหว่านข้าวในนาดี ผลผลิตย่อมงอกเงย 
เข้าเหล่านั้นย่อมได้บุญใหญ่ไพศาล 

หากแต่บุคคลใดมีจิตคิดร้ายต่อเนื้อนาบุญ ทำลายผืนนาบุญเสีย หว่านของเสียลงบนนาอันสมบูรณ์ แทนที่จะได้ผลผลิต 
แต่เขากลับทำให้ผืนนาเสียหายไปด้วย ผลที่ได้รับคือ 
นอกจากจะไม่ได้บุญ ยังขาดทุนได้บาปติดไป 
เพราะไปเบียดเบียนพระภิกษุสงฆ์เนื้อนาบุญ
ผู้ไม่เคยประทุษร้ายต่อใคร 
นาผืนนี้ ใครตั้งใจสั่งสมบุญย่อมได้บุญมาก แต่ใครคิดทำลายล้างย่อมได้บาปมหันต์

ในยุคสมัยนี้ที่เทคโนโลยีทันสมัย การสื่อสารรวดเร็ว 
ส่งข้อมูลกันด้วยความจริงบ้างไม่จริงบ้าง แม้แต่ในเรื่องการข่าว 
บางครั้งข่าวก็จริง 7 เท็จ 3 เพื่อเรียกเรทติ้งของผู้ชม 
ใครมียอดคนดูเยอะ ก็ขายของขายโฆษณาได้เยอะ 
ข่าวทั่วๆ ไปนำเสนอความจริงไม่สนุก ต้องใส่ไข่ใส่สีลงไปด้วย เพื่อความมันส์ในการรับชม 
ยิ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้าด้วยแล้ว 
คนไทยเมืองพุทธยิ่งชอบดู เข้าใจว่าพระสงฆ์เป็นชื่อของความดี 
พอมีข่าวบางสำนักกล้าลงข่าวเสียหายเกี่ยวกับพระพาดหัวเรียกความสนใจ "เจ้าอาวาสฉาว" , "จับสึก" ฯลฯ เรียกแขกเช่นนี้แล้ว ยิ่งทำให้คนพุทธที่เห็นพระในแง่ดีมาตลอดไม่ทันยั้งคิดตื่นข่าวพากันแห่เข้าไปอ่าน 

ยิ่งสมัยนี้ Social Network สามารถคอมเม้นท์
แสดงความเห็นกันได้ทั่วไป พอมีข่าวเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับพระ 
แรกๆ คนทั่วๆ ไป ก็อ่านเฉยๆ ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร 
แต่มีพวกเกรียนบางคนอ่านแล้วมันส์มือ "พิมพ์ด่าพระ" 
หรือ "ตัดต่อภาพ" ด่าพระอย่างสนุกสนาน 
ใครที่เห็นข้อความด่าพระหรือภาพด่าพระไม่ทันยั้งมือ ก็ผสมโรงลุมด่าพระตามคนที่ด่านำไปก่อนแล้ว ทั้งที่ความจริงในเนื้อหาข่าวเป็นอย่างไร...ก็ไม่ได้อ่านรายละเอียด 
หลายครั้งที่เนื้อข่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหาหลักฐาน 
แต่การพาดหัวข่าวเรียกแขก "ตัดสิน" ให้พระคือผู้ทำความผิดไปเสียแล้ว ทั้งที่คุณธรรมของพระภิกษุรูปนั้นอาจมีมากเป็นพระสุปฏิปันโนก็ได้

ดังนั้นเมื่อมีข่าวพระสงฆ์เสียๆ หายๆ 
สิ่งที่ควรทำคือ อย่าเชื่อข่าวนั้น อย่าส่งข่าวนั้นต่อ 
อย่าวิพากวิจารณ์เป็นนักคิดนักเขียนนักสงสัย 
ควรตั้งมั่นในศีลของตนเอง มีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธองค์ 
ไม่ตื่นข่าวนำเรื่องไปเมาส์มอยในวงสนทนา 
สิ่งที่ควรทำคือ ควรเข้าวัดทำบุญให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะยิ่งมีข่าวเสียๆ หายๆ นี่คือการ "ตัดรอนอายุพระพุทธศาสนา" 

 คิดก่อนแชร์ ..อย่าให้เรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นเพราะการแชร์ของเรา


เราต้องช่วยกันสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาด้วยการทำนุบำรุงวัด 
พระสงฆ์ ให้มากยิ่งกว่าเดิม ยิ่งต้องมีศรัทธาให้เหนียวแน่น
มากกว่าเดิม ให้สมกับที่เป็นชาวพุทธ อย่าถือมงคลตื่นข่าว
ซึ่งผู้ที่คิดประทุษร้ายต่อพระภิกษุสงฆ์ผู้ไม่ประทุษร้าย ไม่ว่าพระภิกษุรูปนั้นจะผิดจริงหรือก็ตาม ด้วยบาปกรรมที่คิดประทุษร้ายนั้นย่อมตามสนอง เขาย่อมได้รับผลแห่งกรรมอันเผ็ดร้อนแสนสาหัด 
หากได้ทำกรรมชั่วลงไปในเนื้อนาบุญ ....
วิบากกรรมของคนด่าพระมีดังนี้

1. หากเขายังมีชีวิตอยู่ ย่อมฟุ้งซ่าน เป็นบ้า จิตใจกระสับกระส่าย 
ไม่มีความสุข เป็นเหมือนมีใครเอาไฟอันร้อนรนมาสุมไว้กลางอก
อยู่ตลอดเวลา...

2. เมื่อใกล้จะละโลก ภาพแห่งกรรมชั่วที่ตนได้ทำครั้งยังมีชีวิตอยู่นั้น ก็จะมาฉายให้เห็น ทำให้จิตใจยิ่งเศร้าหมองร้อนรุ่มหนักยิ่งกว่าเดิม ประดุจถูกไฟในนรกเผาไหม้

3. เมื่อละจากโลกไป จะไปบังเกิดในมหานรก ซึ่งมีความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ยาวนานหลายกัปป์

4. เมื่อหมดกรรมจากนรก จะมาบังเกิดเป็น เปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉานชั้นต่ำ เสวยวิบากกรรมที่ตนสร้างไว้

5. เมื่อมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมมีร่างกายที่พิกลพิการ มีฟันหัก งอ 
เก คด ฟันดำ ปากเหม็น ฟันยื่น ฟันเหยิน เป็นต้น 
ด้วยวิบากกรรมที่กล่าวประทุษร้ายพระสงฆ์ หากใช้มือพิมพ์ด่าพระ ย่อมมีมือพิการ มือหงิก มือหัก มือคด มือโก่ง มืองอ 
ไม่เหมาะแก่การใช้งาน เป็นต้น ย่อมถูกมนุษย์ทั้งหลายกล่าวหาด้วยเรื่องที่ไม่จริง โดนกล่าวตู่ โดนกล่าวโทษว่าร้าย ด้วยคำเจ็บแสบทั้งหลาย

นี่เป็นวิบากกรรมอย่างเบาที่ผู้ประทุษร้ายพระสงฆ์จะได้รับ 
หากมีเจตนาแรงกล้ามาก ตั้งใจ จงใจตัดต่อภาพด่าพระ 
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าปรารถนาที่จะทำลายพระสงฆ์ 
วิบากกรรมยิ่งหนักใหญ่หลวงแสนสาหัสอย่างยิ่ง

Share:

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แก้ตัวเก่ง !! ซื้อที่ป่าเพื่อปลูกป่า ? วอนศรีวราห์เข้าแก้ไข

แก้ตัวเก่ง !! ซื้อที่ป่าเพื่อปลูกป่า ? วอนศรีวราห์เข้าแก้ไข 

(บทความโดย ป.ปัญกร)

เป็นข่าวฉาวขบขันกันใหญ่โต!!!
พุทธอิสระออกมายอมรับเองว่า ได้ซื้อที่ดินในเขตป่าสงวนกว่า 300 ไร่ จ.เชียงใหม่จริง 
แถมออกมาแก้ตัวใหญ่โตว่า "ซื้อที่ป่าไว้ปลูกป่า" 
อุต๊ะ!! เหตุผลนี่หล่อเป็นพระเอกเลย ทำเพื่อแผ่นดิน 
สมกับเป็นพระของแผ่นดินจริงๆ 
ว่าแต่ก่อนที่จะซื้อที่ดินมูลค่าเพียง 3 ล้านบาท 
เจตนาจะใช้ปลูกป่าจริงหรือป่าว???
หรือซื้อไว้ขายเก็งกำไร ซื้อไว้ทำรีสอร์ทหรูส่วนตัวกลางป่า 
หรือซื้อไว้ซ่องสุมกองกำลัง ไว้คราวหน้าพี่จะได้ shut down 
กรุงเทพได้ง่ายๆ หน่อย หรือเปล่า???

ข่าวว่าอีซาร่าของเรา ซื้อที่ดิน 300 ไร่ 
ในราคาเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น นั่นคือตกไร่ละ 10,000 บาท 
ทั้งที่ราคาที่ดินบริเวณนั้น อ.แม่วิน จ.เชียงใหม่ 
ราคาที่สูงถึง 200,000 - 400,000 บาทต่อไร่ 

แปลว่าซื้อที่ดินได้ถูกว่าราคาท้องตลาดถึง 40 เท่า 
แถมยังเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เป็นเขตป่าสงวนอีกด้วย 
แหม.. หน่วยงานไหนหนอช่าง "ลดกระหน่ำ Summer Sale" 
ใจดีอย่างนี้ ขายที่ป่าสงวนให้พุทธอิสระอย่างที่เรียกว่ายอมขาดทุนกันเลยทีเดียว 
แถมยังให้เป็นเจ้าของสิทธิ์ที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียอีก 
อยากถามจริงๆ หน่วยงานไหนขายที่ดินป่าสงวนได้ ???
และหน่วยงานไหนให้สิทธิ์ให้กับ "มูลนิธิธรรมอิสระ" ที่รับซื้อไป  
ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนหวงห้าม  ประชาชนทั่วไปไม่สามารถครอบครองได้ แต่ที่มูลนิธินี้กลับสามารถซื้อนำมาปลูกป่าให้แผ่นดิน แถมมีหน่วยงานและข้าราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ความเห็นชอบ 
แหม ถ้าอยากปลูกป่าจริง เอาเงิน 3 ล้านไปซื้อพันธ์ุไม้
มาให้กรมป่าไม้ดีกว่าไหม ??


นี่แสดงให้เห็นว่า "ทำเป็นกระบวนการ
แล้วนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลไหนมีเอกสารสิทธิ์ครอบครองในพื้นที่ป่าสงวนเช่นนี้อีกหรือไม่ !!???
แล้วจะใช้ข้อแก้ตัวเดียวกันกับพุทธอิสระ 
ซื้อมาเพื่อปลูกป่า ก็คงจะฟังดูไม่ขึ้น 

ยิ่งขำไปกันใหญ่ 
รู้ว่าตัวเองทำผิดจริง เลยรีบวิ่งแสดงความบ้าบิ่นบวกความโง่ๆ นิดๆ เข้าไปแจ้งความตัวเอง ฐานบุกรุกที่ป่าเพื่อปลูกป่า 
มุขเดิมๆ ชิงแจ้งความตัวเองก่อน 

กลัวใครจะไปแจ้งความให้จับเรื่องปลูกป่า 
แค่กรวย..เขายังไม่กล้าจะจับกันเลย 
และที่ดินสุดรักสุดห่วงของพี่ใครจะไปกล้าแหย๋ม???
คงต้องวอนขอให้ รองศรีวราห์ ช่วยเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนในทุกจังหวัดด้วย ผู้มีกลุ่มอิทธิพลหน้าไหนบ้างที่ร่วมกันสุมหัวทำไม่รู้ไม่ชี้ขายที่ดินป่าสงวน   
ร้องขอศรีวราห์อย่าขยันเฉพาะกับธรรมกาย 
เห็นผลงานที่โดดเด่นช่วงนี้ก็มีแต่ไล่บี้วัดเครือข่ายธรรมกาย 
จะเอาผิดอย่างเอาเป็นเอาตาย ขนาดที่ดินอยู่อำเภอฮอด
ยังอุตส่าห์นั่ง ฮ. ไปตรวจพื้นที่ของธรรมกายถึง 4 แห่ง 
แล้วพี่จะไม่แวะที่แม่วิน จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจที่ดินของพุทธอิสระหน่อยหรือเนี่ย ?

นับถือ...นับถือ ขยันจริง!! บินไปทั่วเลย



หรือว่า ศรีวราห์ จะเก่งแต่กับพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือ??
พอมาเจอพระนักเลง อย่าง "พุทธอิสระ" 
เห็นท่าความกร่างจะหดหายไปไหนก็ไม่ทราบ 
ชี้ให้เห็นชัดเลยว่า นี่มันกี่มาตรฐานกันแน่ ???
ผู้ใหญ่บ้านเมืองที่ไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ในการใช้กฎหมายเช่นนี้ บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร??? ท่าน ศรีวราห์ ...
 นั่นนะซิ!! รู้อยู่ว่าเป็นใครนะ!! 
คือไม่เหมือนเป็นพระอ่ะค่ะ ใช่ไหม??
อู้ยยยย น่ากลัวจุงเบย!!???
Share:

กฎแห่งกรรม

คติประจำ Blog

  1. ทำดีย่อมได้ดี.
  2. ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
  3. ปลูกถั่วได้กินถั่ว..ปลูกงาได้กินงา

เกี่ยวกับผู้เขียน

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้
มีลมหายใจไว้ทำดี
มีมือไว้สร้างสรรค์งานเขียน
มีหัวใจไว้ชี้แจงความจริง
ในนามว่า
"อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม"

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สำหรับผู้เข้ามาอ่าน
กรุณาวางอคติเสียก่อน ทำใจสบายๆ เพราะนี่คืองานเขียนอิสระ
สำหรับผู้ชม
หากผ่านมาได้อ่านก็หวังว่าจะได้แง่คิดดีๆ กลับไป คนเราอายุไม่ยาวถึงร้อยปี จะเก็บความโกรธเกลียดกันไว้ทำไม ถ้าคิดว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต คงไม่มีเวลามานั่งจับผิดใคร